Masa's profile★ⓛⓞⓥⓔ On ThE WaY I'Am ✲...PhotosBlogListsMore Tools Help

Masa masa

★ⓛⓞⓥⓔ On ThE WaY I'Am ✲▓★

BlacKLADy·´¯`·.¸➹➹ ¸.·´¯`·.LadY A۩۩۩
Photo 1 of 16
June 04

Thx Thx Thx..Saru Kun!!!!

Halo~ Saru Kun
Welcome to Thailand นะจ๊ะหนูป่าน
รู้จักกันมาปีกว่าๆจะสองปีเเล้วมั้งเนาะ
ไม่เคยคิดว่าจะมีโอกาสได้เจอเลย
ดีใจนะที่ได้เจอหนนี้ ^_^
เเต่ก็นะ..พอเจอกันจริงๆไอ้สิ่งที่อยากพูดก็นึกไม่ออก โฮะๆๆๆ~
ขอบคุณมากนะสำหรับขนมอร่อยๆ
หมดเเทบจะในทันทีเลยล่ะ เสร็จเพื่อนๆ พี่ๆเเละน้องๆในกรุ๊ปตาลหมด 5555+
เเล้วก็..รูปที่อัดมาให้..หนูปลื้มมากค่ะ สวยมากๆเลยอะ
เเต่โคตรเกรงใจเลย อัดมาให้ซะตั้งเยอะเเยะเเถมรูปใหญ่อีกตั้งหาก
ขอบคุณมากเลยน้า  ขอโทษที่ทำให้ลำบากจ้า
ยังไงก็ขอให้เที่ยวให้สนุกเเบบร้อนๆนะจ๊ะ ~
See u again somedays...Saru Kun
 
From..Neko Chan~
April 23

~เหงาๆ~ (วันที่ใครๆก็ไม่อยู่)

เย้ๆๆๆๆ สอบกลางภาค Summer เสร็จไปเเล้ววววว
เเต่ก็นะ...ดีใจได้ซักกี่วันกันเนี่ย..อีกอาทิตย์ก็สอบย่อยอีกเเล้ว 
เบื่อๆๆๆๆๆๆ..เบื่อที่สุด...หนังก็อยากดู...ช็อปปิ้งก็อยากช็อปใจจะขาด
ต้องมานั่งอดตาหลับขับตานอนอ่านอี Cal II เนี่ย
เเต่ก็เอาวะ...เเม่ง..ไม่อยากมี Next summer เเล้ววว
หวังว่าคะเเนนสอบมันจะเวิร์คนะ  อย่างน้อยผ่านครึ่งนึงเฮอะ(เเม่ง..ผิดเเต่ไอ้จุดโง่ๆ..ฮ่วย!)
เเล้วจะไปทวงสัญญาจากคุณวุฒิศักดิ์ว่าถ้าเราทำได้มากกว่า 18 คะเเนนจะเลี้ยงอาหารญี่ปุ่น
 
เฮ้อ..คิดถึงเพื่อนจัง  เหงาๆๆๆๆๆ
วันก่อนพี่วิตโทร.มาลากให้ออนเอ็มคุยปรึกษาปัญหาหัวใจ  ได้คุยอยู่ชั่วโมงได้มั้ง
รู้สึกว่าคิดถึงพี่ๆจัง  พี่วิตก็รู้สึกอย่างกับไม่ได้เจอนานมากเเล้ว
พอได้คุยเเล้วรู้สึกดีนะ  พี่กายเองก็ไม่ค่อยได้คุยเท่าไหร่เลยเด๋วนี้
(เเต่วันนั้นพี่กายทักมาเพื่อจะบอกข่าวที่ว่าอีนางเอกเรื่อง  Goong มันท้องกับพระเอกเเล้วจะทำเเท้ง - -")
ทุกคนฝึกงานกันหมดเลย....เหงาว่ะ พี่รหัส.. เพื่อนฝูงก็ไปเวิร์คกัน เมื่อไหร่จะกลับฟะ!!!!!! เฮ้อ...
วันๆนั่งถอนใจบ่อยเเฮะเด๋วนี้
 
พีจ๋า...อยากกินอาหารญี่ปุ่นนนนนนจังเลย~
คิดถึงนะๆๆๆ
สงกรานต์ที่ผ่านมาได้ไปไหว้พระ+สรงน้ำพระด้วยกัน ดีใจมากเลย~
เเล้วเราไปทำบุญด้วยกันอีกนะ ^_^
...โอ่ย...อยากช็อปปิ้งเสื้อผ้า
อยากซื้อเครื่องสำอาง
อยากดูหนัง
อยากไปเที่ยว
อยากนอน
อยากหายเซ็ง...(โว้ยยย!!!)
 
 


April 04

Together...~My Wish~

เบื่อๆๆๆๆๆๆ...เบื่อจัง...เหงาด้วย
ปิดเทอมนี้เเทบไม่ได้เจอเพื่อนๆเลย  ทั้งเพื่อนเก่า เพื่อนที่มหา'ลัย
โคตรรรรรรรรรรรรรคิดถึงตาลเล็กอะ
พวกที่ไป Work  ด้วย...กรูอิจฉาไม่ใช่ไร..เมืองไทยเเม่งร้อนเหี้ยๆ!!!!
 
เเต่ก็นะ..ใช่ว่าปิดเทอมจะมีเเต่เรื่องน่าเบื่อ
อย่างน้อยก็ยังได้ไปเที่ยวกับพีบ่อยๆ...
ขอบคุณมากเลยนะที่คอยคุยคอยอยู่เป็นเพื่อนเหงา
ปิดเทอมนี้เค้าเหงาหนักจริงๆอะ...เพื่อนครึ่งค่อนกรุ๊ปหายไปกันอยู่เมืองนอกกันหมด
เเล้วต้องมาเรียน summer นรกเเตกนี่อีก...
ถ้าพีไม่อยู่อีกคนนะ...เค้าคงเฉาตายอยู่ตรงเเถวๆสามย่านเนี่ยเเหละ
ขอบคุณนะที่ไม่ไปเรียนต่อ...เเต่จริงๆตาลก็คิดอยู่ตลอดว่ามันจะดีจริงๆหรอ..??
ในเมื่อมันเป็นอนาคตของพี..เเล้วถ้าพีไม่มาเจอกับตาล ตาลว่าพีก็ต้องตัดสินใจไปเเน่ๆ
เค้าเป็นตัวถ่วงชีวิตตัวเองรึเปล่า...
เเต่ในเมื่อพีตัดสินใจเเล้ว เเละคิดว่าการอยู่ที่เมืองไทยดีกว่า ไปอยู่ที่โน่นพีก็มีห่วง
อยู่ที่นี่จะมีความสุขมากกว่าก็อยู่เถอะ...ตาลจะได้ไม่เหงาตายด้วยไง 5555+
 
ที่ไปเสม็ดที่ผ่านมา...อยากบอกว่ามีความสุขมากจริงๆนะ
ถึงเเม้ว่าก่อนไปจะมีเรื่องให้ไม่สบายใจเยอะเเยะเเค่ไหน
เเต่เเค่ได้ใช้เวลาอยู่ที่นั่นก็ลืมเรื่องพวกนั้นไปหมดเเล้วล่ะ
ขอบคุณที่คอยดูเเลตลอดนะ...เค้ามีความสุขมากๆเลย
ตอนนี้เค้ามีความฝันเเล้วนะ...เค้ารู้เเล้วว่าสิ่งที่เค้าอยากได้ในชีวิตคืออะไร
เค้าอยากใช้เวลาอยู่กับคนที่เค้ารัก  อยากไปเห็นที่ที่เค้ายังไม่เคยเห็น
 อยากไปเที่ยวที่ต่างๆที่เค้ายังไม่เคยมีโอกาสได้ไปในชีวิต
เค้าจะพาคนที่เค้ารักไปด้วย...
คนที่ทำให้เค้าคิดได้ว่าความสุขของเค้าคืออะไรก็คือพีนั่นเเหละ...
ขอบคุณมากนะ...ส่วนที่พีมาช่วยเติมเต็มให้กับชีวิตตาลน่ะ
มันมีความหมายสำหรับตาลมากเลย
ตั้งเเต่เกิดจนโต...ตาลเเทบไม่เคยรู้ว่าจริงๆเเล้วตัวเองต้องการอะไรกันเเน่
ตัวเองอยากทำอะไรซักอย่างจริงๆกันเเน่?...
ตาลก็ใช้ชีวิตผ่านไปวันๆนึง...เช้ามาตื่นนอน..ไปมหา'ลัย กลับบ้านมาก็นอน  ชีวิตมีอยู่เเค่นี้...
 บ้านเเทบจะเป็นโลกทั้งโลกที่ตาลเเละคนในครอบครัวตาลอยู่..
จนตาลรู้สึกชิน เเละไม่เคยคิดว่าตัวเองต้องดิ้นรนที่จะต้องออกไปไหนต่อไหน...
ชีวิตตาลมันค่อนข้างจะซ้ำซาก  เเละเป็นโลกที่ไม่มีอะไรเลย
เเต่ตอนนี้ไม่ใช่เเล้ว...เพราะเจอพี..ตาลถึงเจอสิ่งที่ตัวเองคิดว่าอยากทำ
อยากที่จะใช้ชีวิตให้คุ้ม  อยากออกจากโลกเดิมๆของตัวเอง
เพราะตอนนี้รู้เเล้วว่าชีวิตตาลมันยังมีสิ่งอีกมากมายเเค่ไหนที่ตัวเองไม่เคยได้สัมผัสเลย
           ซักวันนึง..ตาลจะพาคนในครอบครัวไปด้วยให้ได้
อยากให้พ่อกับเเม่มีความสุขอย่างที่ตาลมีบ้าง...
คงจะไปกับตาลด้วยใช่มั๊ยถึงตอนนั้น...?
เเล้วอย่าลืมสัญญาที่เคยให้ไว้กับตาลนะว่าจะเป็นคนพาตาลไปทุกที่ที่ตาลอยากไป
เเล้วจะรอ...
~เราไปด้วยกันอีกนะ~
 
 
 


February 11

My Valentine's Day

วันวาเลนไทน์อีกเเล้วหรอเนี่ย...
ปีนี้นึกว่าจะเป็นปีที่ต้องฉลองวาเลนไทน์คนเดียวซะเเล้วววว 5555+
ก็คิดว่าคงจะไม่ได้ดอกกุหลาบ(จากคนที่ไม่ชอบ)เเบบปีที่เเล้วอีกเป็นครั้งที่สองซะเเล้วล่ะ
เเต่ว่า...สุดท้ายก็หาจนเจอนะ...คนที่จะฉลองด้วยกันน่ะ
เเต่ตาลก็ไม่วายทำให้ทั้งตัวเองเเละก็เค้ารู้สึกเเย่ๆก่อนจะถึงวันวาเลนไทน์จนได้...เฮ้อ...
เหนื่อยเนอะ..การเเคร์ใครซักคนเพราะเรารักเค้ามากเนี่ย...
 
ตาลก็เเค่อยากอยู่กับคนที่เข้าใจในสิ่งที่ตาลเป็น..
เเละรับในสิ่งนั้นได้  โดยไม่คิดที่จะเปลี่ยนเเปลงตาล
เพราะตาลรู้ว่าตัวเองเป็นคนที่ไม่สามารถเปลี่ยนเเปลงอะไรเพื่อใครได้
ไม่ว่าตาลจะพยายามที่จะเปลี่ยนหรือไม่
เพราะตาลเคยคิดที่จะปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อคนที่ตาลรัก
เเต่รู้ว่าตัวเองทำได้เเค่ในระยะสั้นเท่านั้น...เราเปลี่ยนเป็นสิ่งที่เราไม่ได้เป็นไม่ได้นานหรอก
เพราะฉะนั้นตาลถึงตามหาคนที่อยู่กับสิ่งที่ตาลเป็นได้ เเละตาลก็อยู่กับสิ่งที่เค้าเป็นได้
โดยที่ตาลไม่คิดอยากเปลี่ยนอะไรที่อยู่ภายในตัวของเค้าเลย...
 
เค้ารักมากนะ...อยากให้รู้
เค้าคงไม่ใช่ผู้หญิงขี้อ้อน  หรือเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย
ก็เป็นได้เเค่เด็กดื้อ  เอาเเต่ใจ  ขี้หงุดหงิด..ทำอะไรตามอารมณ์
เเต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น..ตัวเองก็คงรู้ใช่มั๊ยว่าสิ่งที่เค้าพูดไม่เคยโกหก..
ถึงไม่มีคำพูดหวานๆ  ถึงไม่ชอบพูดเอาใจ..
เเต่ตัวเองจะได้ยินคำพูดจากใจจริงๆของผู้หญิงอย่างเค้าไปตลอดชีวิต
เค้าสัญญานะ
 
โลกของฉันก็หมุนรอบเธอ...เหมือนที่โลกของเธอหมุนรอบฉันนั่นเเหละ
อยากให้วางใจ..อยากให้เชื่อใจ...อยากให้รู้ว่ารักจริงๆ...
เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งเอือมระอาฉันนะ..ถ้าฉันดื้อ ฉันขี้งอน ฉันเอาเเต่ใจ
เพราะถ้าไม่มีเธอ..ฉันคงหาคนที่เข้าใจเเละยอมรับในสิ่งที่ฉันเป็นได้เท่าเธอไม่ได้อีกเเล้ว
เหมือนที่เธออาจหาผู้หญิงที่ขี้งอน เเละเอาเเต่ใจไม่ได้เท่าฉันเหมือนกัน
 
วันวาเลนไทน์ก็วันพุธนี้เเล้ว... ตั้งใจจะทำเค้กให้เค้า...
เเต่ว่าก็มามีเรื่องที่ทำให้ความตั้งใจนั้นลดลงไปอีก...
เค้าไม่ได้ทำอะไรผิดหรอก
ตาลมันบ้าบอเองเเหละที่ขี้งอนกับเรื่องไม่เป็นเรื่อง
อารมณ์เเปรปรวนง่ายเกินไป
ไม่ต้องขอโทษอะไรเเล้วนะ
ตาลขอโทษเอง... 
 
 
รักนะ...อย่างน้อยคำนี้อยากให้รู้...
 
 
January 03

New Year...New Start

+__00_____00__000000000__000000000__000000000__00_____00__+
+__00_____00__00_____00__00_____00__00_____00__00_____00__+
+__000000000__000000000__000000000__000000000__000000000__+
+__00_____00__00_____00__00_________00_____________00_____+
+__00_____00__00_____00__00_________00_____________00_____+
+_________________________________________________________+
+_________________________________________________________+
+____________000____00__00000000__00__00__00______________+
+____________00_00__00__00________00__00__00______________+
+____________00__00_00__00000000__00__00__00______________+
+____________00___0000__00________00__00__00______________+
+____________00____000__00000000__0000000000______________+
+_________________________________________________________+
+_________________________________________________________+
+________00_____00__00000000__000000000__000000000________+
+________00_____00__00________00_____00__00_____00________+
+________000000000__00000000__000000000__000000000________+
+___________00______00________00_____00__00___00__________+
+___________00______00000000__00_____00__00_____00________+
+_________________________________________________________+
+_________________________________________________________+
+____________222222__0000000__0000000__7777777____________+
+___________22___22__00___00__00___00______77_____________+
+_______________22___00___00__00___00_____77______________+
+_____________22_____00___00__00___00____77_______________+
+___________2222222__0000000__0000000___77________________+
+_________________________________________________________+
+_________________________________________________________+ 

 

ปีนึงๆนี่มันผ่านไปไวนะ...เเต่ว่า..ปีที่เเล้วมันผ่านไปได้ก็ดีเเล้วล่ะ

ขอให้ช่วยพัดเอาเรื่องเศร้าๆ เรื่องเเย่ๆที่เกิดกับชีวิตทั้งหมดหายไปที

ขอให้วันใหม่ๆในปีใหม่ๆมีเเต่สิ่งดีๆผ่านเข้ามาในชีวิตบ้าง...

สิ่งที่ได้มา..มีอยู่..ขอให้สามารถรักษาเอาไว้ได้ให้นานที่สุดด้วยเถอะค่ะ~

`Happy New Year' ขอให้มีความสุขกันมากๆน้า ~

 

 

 

 

December 15

อากาศ...

555555555555555555555555555555555555
555555555555555555555555555555555555
 
ขอหัวเราะก่อนที่จะต้องร้องไห้เถอะนะ...
 
นี่คือทางที่ฉันเลือกเเล้วใช่มั๊ย...ตอนนี้ฉันถามตัวเองซ้ำๆทุกวันด้วยคำถามนี้..
 
เเละนี่คือผลจากการเลือกทางที่ฉันเลือกใช่มั๊ย...ตอนนี้..ฉันได้เเต่ตอบตัวเองว่า..คงใช่นั่นเเหละ...
 
จนถึงวันนี้ฉันก็ไม่ได้เสียใจกับทางที่ฉันเลือกหรอกนะ..เเต่ว่า..ฉันเหนื่อยเหลือเกิน..
 
การมีชีวิตอยู่โดยที่ให้ชีวิตของตัวเองเสี้ยวนึงผูกไว้กับชีวิตของคนอื่น..มันเป็นเรื่องที่ทรมานใจอย่างที่ใครคงไม่รู้
 
ทุกวันต้องนั่งคิดถึงเค้า..เป็นห่วงเค้า...กังวลเรื่องของเค้า...สมองมันคิดอะไรไปสารพัด..
 
เเทนที่จะเอาเวลามาคิดถึงตัวเองให้มากๆ...กลับต้องคิดเรื่องของคนที่คงไม่มีวันมารับรู้ความรู้สึกของเรา..
 
ที่ทรมานใจที่สุดคือการที่ต้องรับรู้ว่า..การไม่รู้อะไรเลยเป็นสิ่งเดียวที่ฉันมี..
 
ฉันเลือกเค้าโดยที่ไม่รู้ว่าตัวตนที่เเท้จริงของเค้าเป็นยังไง..หน้าตาเค้าเป็นยังไง..คำพูดทุกคำที่ออกจากปากเค้า
มีอะไรที่เป็นจริงบ้าง  เค้าเคยโกหกเราบ้างไหม..จริงๆเค้ารักเราหรือเปล่า..หรือเห็นเราเป็นเเค่ผู้หญิงคนนึงที่ผ่านเข้ามา
ในชีวิตเค้า..เเล้วเดี๋ยววันนึงก็คงจะผ่านไปนั่นเเหละ..ฉันไม่รู้เลยว่าจริงๆเเล้วฉันเคยรู้อะไรที่เป็นความจริงเกี่ยวกับตัวเขา
บ้างไหม..
 
เเต่ว่า..ถึงฉันไม่เคยรู้อะไร  ฉันก็ขุดเอาความเชื่อที่อยู่ที่ไหนซักเเห่งในตัวของฉันขึ้นมาเชื่อเค้าได้
เชื่อทั้งๆที่ไม่รู้ เชื่อทั้งๆที่ลึกๆเเล้วมีเเต่สิ่งที่ทำให้ฉันคลางเเคลงใจมาตลอด  เเต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงเชื่อในตัวเขา
เพราะถ้าระหว่างฉันกับเค้าไม่มีความเชื่อเชื่อมเราไว้เเล้วล่ะก็..เราไม่มีทางคบกันได้หรอก
เพราะความสัมพันธ์ของเราสองคนมันเบาบางเหลือเกิน..เค้าเหมือนกับอากาศที่ฉันมองไม่เห็น..เเต่มีตัวตนอยู่ที่ไหนซักเเห่ง
เป็นอะไรที่จับต้องไม่ได้  ใช้เเค่การรับรู้ 
 
เค้าคงไม่มีวันรู้หรอกว่าเค้าทำให้ฉันทรมานใจเเค่ไหนกับทุกสิ่งที่เค้าทำอยู่..
เค้ายังรักฉันอยู่ไหม..?
จริงๆเเล้ว..เคยรักฉันจริงรึป่าว..?
หลายๆครั้งเค้าทำให้ฉันรู้สึกดีมากมายกับคำพูดของเค้า..
แล้วก็อีกนับครั้งไม่ถ้วนที่เค้าทำให้ฉันรู้สึกเหมือนคนกำลังจะจมน้ำ..
ฉันต้องตะเกียกตะกายไม่ให้ตัวเองจมดิ่งลงไปในความรู้สึกเศร้าเเละสับสนอยู่คนเดียว..
ไม่มีใครช่วยฉันได้..สิ่งเดียวที่ฉันมีให้ยึดเหนี่ยวตัวเองไว้..ก็คงมีเเต่ความเชื่อนั่นเเหละ..
 
ความเชื่อมั่นเป็นสิ่งเดียวที่ฉันมีนะ..
ได้โปรดอย่าทำให้มันลดลงหรือหายไปเลย
อย่าได้คิดว่าการที่ฉันเข้าใจเธอทุกอย่าง..ยอมรับเธอได้ทุกอย่าง..ไม่เคยเรียกร้องอะไร
หมายถึงฉันไม่คิดอะไร  ไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลย
เธอให้คำว่าเเฟนกับฉัน..ช่วยทำให้ฉันรู้สึกว่าฉันเป็นเเฟนเธอด้วยได้ไหม..อย่าให้เเต่ฐานะเลย
ฉันไม่ต้องการ..
ถ้าการเป็นเเฟนของเธอคือการคบฉันเเบบเเทบจะไม่เคยใส่ใจอะไรเลย
คือการไม่เคยเอ่ยถามความรู้สึก..
คือการโทร.หาฉันเเค่ในเวลาที่เธอว่าง ไม่ได้ทำอะไร
คือการให้ฉันนั่งเป็นห่วงเพราะเธอไม่ได้โทร.กลับมาบอกเลยว่าเเต่ละวันเธอเป็นยังไง..
คือการให้ฉันเป็นฝ่ายถามเธอก่อนทุกครั้ง..
คือการบอกให้ฉันทำในสิ่งที่เธอต้องการตลอด..เเต่สิ่งที่ฉันต้องการ..เธอไม่เคยทำให้
หรือไม่เคยเเม้เเต่จะถามฉันด้วยซ้ำ..
ถ้าคำว่าเเฟนของเธอคือการให้สิ่งเหล่านี้กับฉัน..
เราก็อย่าใช้คำว่าคบกันเลย..มันคงไม่ต่างอะไรจากเพื่อนทางโทรศัพท์หรอก..
 
ฉันไม่ใช่ผู้หญิงที่ต้องการคนดูเเลเอาใจใส่มากมายก็จริง..เพราะฉันเองก็รักอิสระในชีวิต
เเต่ในเวลาที่ฉันร้องไห้..ฉันไม่สบายใจ..เศร้าใจ  ฉันก็อยากให้มีใครซักคนอยู่ข้างๆฉันนะ
ฉันอยากให้มีคนที่ฉันเชื่อใจ  เเล้วเค้าก็เข้าใจฉันอยู่ข้างๆ  ทั้งในเวลาที่ฉันมีความทุกข์หรือความสุขในชีวิต
ไม่ใช่ปล่อยทิ้งฉันไว้เหมือนเป็นอะไรที่ไม่มีค่า  ไม่มีความหมายเเบบนี้...
ถ้าฉันไม่ดีพอสำหรับเธอ...ไม่ทำให้เธอรู้สึกดี...หรือเธอไม่ได้คิดจะคบฉันจริงจัง..
ก็บอกลากันไปเลยดีกว่า..ฉันจะได้ไม่อาลัยอาวรณ์  ไม่เสียดายเวลา  ไม่ยื้อหรือรั้ง...เเละจะได้ไม่รักเธอมากไปกว่านี้อีก
เพราะทุกวันฉันมีเเต่รักเธอมากขึ้นเรื่อยๆ..เเล้วเธอล่ะ..?  ความรู้สึกของเธอมันเริ่มจากร้อยใช่ไหม?...มันใกล้เหลือศูนย์
หรือมันสูญไปเเล้ว...
 
November 04

..สิ่งที่เวลาให้เรา...

เมื่อวานนี้เป็นวันที่เกิดอะไรขึ้นหลายๆอย่างจริงๆ...
เเละก็มีเเต่เรื่องที่คาดไม่ถึง...
ทั้งเรื่องที่น่าดีใจ...เรื่องที่ทำให้เสียน้ำตา เเล้วก็เรื่องที่ทำให้สับสนและโล่งใจ
 
ก่อนอื่นพื้นที่ตรงนี้...ขอพูดถึงอ๋า..
เสียใจกับการจากไปของพ่อเเกมาก 
ชั้นอาจจะไม่เคยเห็นหน้าท่าน ..ไม่เคยเห็นถึงภาพเวลาที่เค้าอยู่กับเเก
เเต่ชั้นเชื่อว่า..เค้ารักเเกมาก...เท่าที่พ่อคนนึงจะรักเเละเป็นห่วงลูกชายอย่างเเกได้
ถึงท่านจะจากไปอย่างกะทันหัน...เเต่ชั้นเชื่อว่า..ตลอดช่วงเวลาที่ท่านยังมีชีวิตอยู่
ท่านทำหน้าที่ของพ่อได้อย่างสมบูรณ์เเล้ว...เเละคงไม่มีซักวินาทีที่ท่านจะไม่รักเเก
เพราะฉะนั้น..เเกได้รับความรักจากเค้าอย่างคุ้มค่าเเล้วล่ะ...ถึงตอนนี้..ท่านก็ต้อง
มองดูเเกอยู่จากที่ไหนซักเเห่งเเน่ๆ...เพราะฉะนั้น...เเกก็ต้องใช้ชีวิตของเเกอย่างดีที่สุดนะ
ชั้นน่ะ...ถึงจะช่วยอะไรเเกไม่ได้มาก..เเต่ว่าชั้นก็จะรักเเละเป็นห่วงเเกเสมอเว่ยยยยยยย!!!
(ถึงเเกจะเล่อเเค่ไหนก็เถอะ)  รักเเกนะ~
 
จี้หมอ..จี้ติ๊ก...เมื่อวานนี้เป็นวันเกิดจี้ทั้งสองคน
Happy Birthday นะคะ
หวังว่าเค้กวันเกิดคงอร่อยถูกใจนะ
ขอให้ปีนี้เป็นปีที่ดีของพี่ๆ...สมหวังในทุกๆเรื่องเลย
จี้หมอก็ขอให้ได้เป็นพี่สะใภ้อีมาร์กี้สมใจ 555555
จี้ติ๊กก็ขอให้ได้เกรดเลิศศศศศ  Lucky in love & game นะคะ
(ได้กอดจี้หมอด้วย...รู้สึกดี...><~)
 
 
ถึงเเม้เวลามักทำให้คนเราเจ็บปวดกับการลาจากกับคนบางคน หรือสิ่งบางสิ่ง
เเต่เวลายังให้ความกรุณากับคนเราด้วยการลบหลายๆสิ่งหลายๆอย่างออกไปจากใจ ความรู้สึก เเละชีวิตของเราได้
ไม่นานเราก็ต้องเริ่มใหม่กับสิ่งใหม่ กับผู้คนใหม่ๆ เเละกับชีวิตใหม่ที่ผ่านเข้ามา
ไม่มีความเศร้าอยู่กับเราตลอดไปหรอก...
วันนึงความเศร้าจากการจากไปของคนที่เธอรักก็จะค่อยๆหายไป..
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น...เวลาจะทำให้ร่องรอยของความเสียใจเเละสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต
ค่อยๆจางหายไป...เหลือเอาไว้เพียงความทรงจำว่ามันเคยเกิดขึ้น...เคยมีอยู่
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเธอ  หรือว่าเรื่องของฉัน...
เพราะฉะนั้นใช้ชีวิตของเราวันนี้ให้คุ้มค่าที่สุดก็พอ...
 
 
Girly Myspace glitter, Girly girl comments & glitter graphics
 
October 31

Special Thanks...

ดีใจจังเลย..ปีนี้ดูเหมือนว่าจะมีเเต่คนเเห่เเหนกันให้ของขวัญ
ตาลดีใจมากกกกกกกกกกก  ขอบคุณทุกๆคนเลยนที่ไม่ลืมวันเกิด
จริงๆเเล้วเเค่ได้ Message ก็ดีใจมากๆเเล้ว ดีใจที่ทุกคนยังนึกถึง
เเต่ยังไงก็ขอบคุณจริงๆสำหรับของขวัญทุกชิ้น
 
ขอบคุณพี่วิตสำหรับหนังสือรถ DUCATI ปลื้มมากมายยยยยยยยยยยย~ เเพงด้วยอ่า (เกรงใจ..ทีหลังไม่ต้องก็ได้นะ)
ดูกี่ทีก็อมยิ้มอ่า  เเต่ยังอ่านไม่จบเลยยยย  ยิ่งดูยิ่งชอบได้อีก..ขอบคุณมากมายจริงๆเฮีย  ไม่ว่าจะของขวัญ
หรือตลอดเวลาที่ผ่านมาที่คอยไปส่งที่บ้านให้เวลาพ่อไม่อยู่หรือตาลไม่สบายนะ  รักเฮียมั่กๆ
 
 
ขอบคุณสำหรับ DVD เรื่อง Princess Hours จากพี่กาย...จะเก็บไว้ดูเสาร์อาทิตย์เเบบไม่ต้องหลับต้องนอนเลย
อุตส่าห์ไปปรินท์หน้าปกมาให้ซะเริ่ดดดดด (เเต่ดีที่ไม่ได้เอารูป Version พี่กายมาทำนะ..5555+)  รักนะจ๊ะ..จุ๊บๆ
 
ขอบคุณสร้อยนะตาลเล็ก เพื่อนสุดที่รัก ~ ถึงมันจะดูน่ารักกุ๊กกิ๊กไม่ใช่เเนวเรา..เเต่อย่าห่วงไป  ใส่เเน่นอน!
เพราะกะลังว่าจะหาซื้อสร้อยเส้นใหม่พอดี  ขอบคุณด้วยที่ปิดเทอมเป็นธุระเรื่องเรียนให้มาตลอด 
ยกตำเเหน่งผู้จัดการส่วนตัวให้ไปเลยยยยยยย ถ้าไม่มีตาล เราว่าชีวิตเราคงยุ่งเหยิงมากมายเเน่ๆ
 
ขอบคุณที่ใส่โทรศัพท์ลาย Black Devil นะพี่กอล์ฟฟี่ (เเต่เเอบเคืองว่ะ!!)  55555 ล้อเล่นๆ
ชอบๆ  ขอบคุณมากๆนะที่ยังไม่ลืมวันเกิดนะ
 
ขอบคุณเเกงค์เด็กวิดวะ โน้ต วิเทพ อาร์ม (เเกงค์ G-Worn จากสวนกุหลาบ) เเละจุ๊บจิ๊บ
อุตส่าห์จำวันเกิดเค้าได้อะ..ส่งโมเดลรถ DUCATI มาให้..เซอร์ไพรส์ได้อีก..ชอบมากกกกกกกกกก
ไม่รู้จะขอบคุณยังไง..ดีใจจริงๆนะ~
 
ขอบคุณอีพิมพ์..ชั้นรอเเกกลับมาเมืองไทยอยู่นะยะ!!!!!   ไปทำไรอยู่อังกิดไม่กลับมาซักที..ชั้นอยากซื้อคิมซัมซุน
เเกก็ทัดทานชั้นไว้...บอกว่าจะซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิด...รอเเกอยู่น้า~
 
ขอบคุณอีหมวย..ถ้าไม่ได้เงินที่เเกฝากเข้าบัญชีให้ (ชั้นถือว่ามันเป็นของขวัญวันเกิดนะ)  ชั้นคงเที่ยวภูเก็ตไม่สนุกเเน่ๆ
เพราะต้องอดช็อปปิ้งกับกินขนมเค้กอร่อยๆหลายๆมื้อ~ รวมทั้งซื้อของฝากด้วย
 
ขอบคุณเค้กวันเกิดทุกชิ้นที่ค่ายเติมฝันจากเพื่อนๆ พี่ๆ เเละน้องๆทุกคนในค่ายนะ..เซอร์ไพรส์มาก..เเทบน้ำตาไหลเลย
เค้กที่ซื้อมาให้ตอนกลางคืน(ที่ตาลนอนน้ำหลายไหลอยู่) นั่นตาลไม่ได้กินอะ..ขอโทษจริงๆ..ขอรับไว้ด้วยใจได้เท่านั้น
เพราะตาลกินไรตอนกลางคืนเเล้วท้องจะอืดเเถมอ้วกด้วยอะ..ขอโทษน้า~  เเต่เค้กตอนวันรอบกองไฟนั่นอร่อยจริง
 
ขอบคุณพ่อทูนหัวนะคะ สำหรับ Pocket Money จะเก็บไว้ใช้ในสิ่งที่เป็นประโยชน์..อย่างเช่น
รองเท้า..เครื่องสำอาง..เสื้อผ้า..Oops!!! (รู้หมด)
 
ขอบคุณ E-mail เเล้วก็ของขวัญน่ารักๆนะ P. ตาลชอบมากมาย..อุตส่าห์ส่งมาให้ทั้งๆที่อยู่ไกล
ขอบคุณที่ไม่เคยลืมอะไรเกี่ยวกับตาลเลย..บางอย่างก็จำได้ดีกว่าตัวตาลเองด้วยซ้ำ  ทั้งๆที่ตาลน่ะ..
จำอะไรได้น้อยกว่าเยอะเลย..ขอบคุณที่ใส่ใจมาตลอดไม่ว่าจะเป็นเมื่อก่อนหรือเดี๋ยวนี้
 
ขอบคุณสำหรับทุกๆ Message เเละ โทรศัพท์ Happy Birthday จาก หนิง พิมพ์ อิ๊ง นุช ตาลเล็ก บิว เตย
น้องเบลล์   P.  พี่วิต คนในค่ายเติมฝัน  เทียร์  คุณเเม่เเพร (ไอ้เเพร ถ้าเเกยังมีชีวิตอยู่ก็ต้องจำได้อยู่เเล้วใช่มะ )
เจ จูเนียร์  ข้อความจากเบอร์นิรนาม 3 เบอร์(ถ้าเข้ามาอ่านล่ะก็กรุณาเเสดงตัวด้วยนะ)  พ่อทูนหัว  พ่อเเละก็เเม่
 
ขอบคุณค่า~
 
 
 
October 22

ค่ายเติมฝัน...จ.ภูเก็ต..ครั้งที่ 2

กลับถึงกรุงเทพฯเเล้วตอนหกโมงกว่าๆ..ใจหายยังไงก็ไม่รู้สิ..
ทั้งๆที่วันเเรกจำได้ว่า  ร้องไห้ตั้งเเต่ก่อนออกเดินทางไปภูเก็ตด้วยซ้ำ
ไปถึงที่โน่น วันสองวันเเรกก็ร้องไห้ตลอดเพราะอยากกลับบ้าน
เเต่พอมาถึงตอนนี้..เหมือนการใช้ชีวิตในช่วงที่อยู่ที่โน่นมันได้กลายเป็นสิ่งที่คุ้นเคยสำหรับตัวเองไปเเล้ว
พอตอนนี้นั่งหายใจอยู่เฉยๆที่บ้าน..ได้ดูทีวี..ได้นอนอย่างที่อยากจะนอนมาตลอดจริงๆ  มันกลับรู้สึกเเปลกๆ เหมือนว่าอะไรมันขาดหายไป
การไปค่ายเติมฝัน ที่ภูเก็ตในปีนี้  มีทั้งสิ่งที่ตาลได้รับ...เเละก็เสียไป...
เเต่ว่า..ไม่ว่าจะยังไงก็ตาม..การที่ได้ไปค่ายในปีนี้..ตาลก็ไม่เสียใจเลยจริงๆ
เพราะว่าตาลได้ประสบการณ์ชีวิตที่ดีๆ  ได้มีโอกาสรู้จักกับน้องๆที่น่ารักทุกคนที่นั่น  ได้รู้จักกับเพื่อนๆ พี่ๆ เเละน้องๆต่างคณะในจุฬาฯ
การได้รู้จักผู้คนเพิ่มขึ้นเป็นสิ่งที่สนุกมากๆสำหรับตาล   เพราะเราได้เรียนรู้ชีวิตผ่านมุมมองของคนอื่น
ถึงจะน่าเสียดายไปหน่อยที่ตาลมีโอกาสพูดคุยกับคนอื่นมากขึ้นก็เมื่อตอนที่ค่ายใกล้จะจบเเล้ว..ไม่อย่างนั้นคงจะผูกพันกับทุกๆคนในค่ายมากกว่านี้..
 
สำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในค่าย..ตาลถือว่ามันเป็นสิ่งตอบเเทนค่าเสียโอกาสที่คุ้มค่ากับการสูญเสีย
ความสุขสบายหรือเวลาพักผ่อนของตาลในกรุงเทพฯจริงๆ    ทุกวันที่ผ่านไปตาลสนุกกับการทำกิจกรรม
ไม่ว่าจะเป็นการเดินเเบบ  การทำกิจกรรมรอบกองไฟ  การได้เล่น  ได้พูดคุย  เเละไปเที่ยวกับสตาฟรวมทั้งน้องๆในค่าย
ทุกๆอย่าง..ทุกๆคนทำให้ตาลมีความสุข ถึงเเม้จะต้องเหนื่อย  นอนดึก..เเต่ทุกคนก็ทำในสิ่งเหล่านี้เหมือนๆกัน เพราะฉะนั้นถึงไม่ได้มานั่งคิดว่า
มันเป็นการเสียสละอะไรเลย  บางทีการได้รู้จักทำอะไรตามหน้าที่  การได้ทำอะไรเพื่อคนอื่นบ้าง มันก็เป็นสิ่งที่ทำให้ตัวเองรู้สึกว่ามีคุณค่านะ
 
ขอบคุณสำหรับเค้กวันเกิด..คำอวยพรจากทุกคน..ปีนี้มีคนอวยพรวันเกิดมากมายจริงๆ..ยิ่งกว่าปีที่เเล้วอีก
ขอบคุณจริงๆนะ  ถึงเเม้คนที่ตาลอยากได้คำอวยพรจากเค้าที่สุดในปีนี้จะไม่ได้ส่งมาให้ตาลเเม้เเต่ข้อความก็ตาม..
เเต่คำอวยพรจากทุกคนในค่ายมันมากเกินพอเเล้วล่ะ..วันเกิดตาลปีนี้..เป็นวันเกิดที่มีความสุขจริงๆล่ะ
ขอบคุณหมอเก่ง  เจ้  พี่หมอ  มาร์กี้ เบส เเล้วก็ไอ้อ๋าด้วยที่พาตาลไปทำบุญที่วัดนะ
 
ขอบคุณอ่อง  ประธานค่ายใจดี  เพื่อนใหม่อีกคนที่คอยเป็นห่วงเป็นใยเรื่องสุขภาพของตาลตลอดเวลาที่อยู่ค่าย
ตอนเเรกนึกว่าอ่องเป็นรุ่นพี่ซะอีก เเต่จริงๆเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันอะนะ..555
ได้จ้องตากับอ่องตั้งเเต่กิจกรรมวันเเรกของค่ายเลย  อ่องเป็นคนตลกดี  ขอบคุณจริงๆนะ
สำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง..
 
ขอบคุณเจ้..พี่สาวใจดีของตาล 
วันเเรกๆของการมาค่าย เราเเทบไม่พูดกันเลย  เเต่ก็ได้กอดกะเจ้ในวันเเรก
ตาลชอบเจ้มากเลยนะ เจ้เป็นคนฮามาก  เพียงเเต่ว่าตาลน่ะก็ไม่รู้จะชวนเจ้คุยอะไรดี
ก็นะ..เป็นคนคิดหัวข้อการสนทนาไม่ค่อยออก ไม่ใช่อะไรหรอก 5555+
เเต่พอวันจะจบค่ายเเล้ว ก็ได้พูดคุยเปิดใจกะเจ้ กลายเป็นเเกงค์สามวายร้ายกันสามคนเลย กะมาร์กี้ด้วย เนาะ
สำหรับคำปรึกษาที่ได้จากเจ้..ช่วยตาลได้มากเลยนะ ถึงเเม้ตอนนี้มันจะไม่มีประโยชน์อะไรเเล้วก็ตาม
เพราะสิ่งที่ได้เริ่มต้นในค่าย..ตอนนี้มันก็จบไปพร้อมกับค่ายเเล้วล่ะ เเต่ไม่ว่ายังไงก็ขอบคุณเจ้มากที่
อุตส่าห์ฟังปัญหาของตาล  ขอบคุณจริงๆ รักเจ้นะ
 
ขอบทุกๆคนในค่าย..
อ๋า...ขอบคุณที่มึงชวนกูมาค่ายนี้นะ  สนุกมาก..เเต่หนหน้าน่ะไปหัดขับรถให้มันดีกว่านี้หน่อยนะ กูจะอ้วก!!!!!!!!!!! แล้วอย่ามาหลอกกูอีก
มาร์กี้...ขอบคุณนะที่ไม่เคยทิ้งกัน ดูเเลเราตลอด  ทั้งตอนสบายดี หรือตอนร้องไห้ก็เหอะ ถ้าไม่มีเเกเราคงจะขอให้อ๋าจองตั๋วรถทัวร์กลับ
กรุงเทพฯเเล้วเเน่ๆ  รักเเกมากขึ้นอีกเยอะเลย
เบสท์...ถ้าค่ายขาดเเกอาจจะเป็นค่ายที่มีคนเฟคน้อยลง..เเต่ก็คงจะขาดความเเรดไปเยอะเลยล่ะนะ
วี...ถ้าไม่มีวีค่ายก็คงปิดอย่างที่ใครๆเค้าพูดกันนั่นล่ะ
ริชชี่...ขอบคุณสำหรับเมคอัพสวยๆตอนวันเดินเเบบนะ..เเละก็วันที่เราป่วยด้วย อุตส่าห์หายาธาตุน้ำขาวให้นะ (ถึงมันจะไม่ช่วยอะไรเลยก็เหอะ) 555
หมอเก่ง...ขอบคุณที่พาไปวัด เเละก็ขอบคุณที่วันนั้นชวนเล่น killer นะ เพราะทำให้ไม่ต้องไปโรงพยาบาลที่เเสนจะเกลียด  เเล้วก็..ขอบคุณ
สำหรับการจิกกัดชาวบ้านเเบบฮาๆของเเก
พี่หมอ...ชอบพี่หมอมากกกกกกกกกกกก  พี่หมอเป็นคนน่ารักจิงๆ  อยากกอดพี่หมออีกจัง  หวังว่าคงจะได้มีโอกาสเห็นพี่หมอยืนจิดขาอีกนะ
พี่ฝน...ถึงเเม้ไม่ได้คุยกับพี่ฝนมากนัก เเต่ตาลก็ชอบพี่ฝนไม่น้อยกว่าพี่คนอื่นๆเลย...เเล้วก็..เรื่องที่พี่ฝน "ตด"ในห้องนั่นน่ะ..เสียงดังจิงๆ..55555+
เเกงค์ดงบัง...ขอบคุณที่เต้นฮาๆให้ดูวันนั้น  ถึงเเม้ว่าจะไม่มีโอกาสได้คุยกันมากมายนัก เเต่ก็ชอบทุกคนในกลุ่มมากเลยนะ
เเล้วก็ตีเเบดกันเก่งๆทั้งนั้นเลย 555
พี่ยิ้ม...พี่ที่ตาลเป็นคนเทคบัดดี้ให้...พี่ยิ้มเป็นคนเรียบร้อยจริงๆ..เเต่ก็สมเเล้วกับที่เป็นครู ขอบคุณนะที่เล่าเรื่องชีวิตครอบครัวให้ตาลฟัง
ตาลนับถืออุดมการณ์ของตัวพี่ยิ้มเเละครอบครัวของพี่ยิ้มมาก เพราะโตมาในครอบครัวที่อบอุ่นเเบบนั้น พี่ยิ้มถึงเป็นคนเเบบนี้น่ะเอง
ไม่เเปลกใจหรอก  ถ้ามีโอกาสทำค่ายด้วยกันอีกปีหน้าก็อยากจะฟังพี่ยิ้มเล่าอะไรๆให้ฟังอีกนะ
พี่ชาคร...คนที่เทคบัดดี้ให้ตาล ขอบคุณสำหรับส้มถุงนั้นนะ  ตาลว่ามันมีส่วนที่ทำให้ตาลหายหวัดจริงๆนั่นเเหละ..อิอิ
ไอ้กนก...เเกทำให้การมาค่ายหนนี้น่ากลัวขึ้นเยอะ หลอนได้อีกนะ...เเต่ก็..ได้ร้องเพลงกับเเกหนุกมากเว่ยยย
ตัวเเม่  อีไปป์  อิ๋ว...ขาเมาท์..เมาท์ได้อีกนะทั้งสามคนเลย  เเดกซีนชาวบ้านตลอด  ป่วงกันทั้งหมด เเต่ก็นะ  ถ้าไม่มีทั้งสามคน
ค่ายนี้ก็คงขาดสีสันไปเยอะ 
น้องเเก้ว น้องทอง น้องบูม น้องน็อต น้องปาล์ม...มาทำค่ายด้วยกันหนนี้สนุกมากเลย  ถึงจะได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ได้คุยกันมากก็
ตอนจะจบค่ายเเล้ว..เเต่พี่ก็ชอบน้องๆทุกคนเลยนะ
พี่ดาว...สาวนิ่ม พี่เป็นพี่คนเเรกที่ได้คุยด้วยในค่ายนี้ พี่ดาวเป็นคนน่ารักมากนะ  ดีใจมากเลยที่ได้รู้จัก ขอบคุณที่ออกมาเต้นโฟร์มดให้ดู
เเต่เรื่องที่ทำให้อึ้งก็เห็นจะเป็นการที่พี่ใส่กางเกงขาสั้นของตาลได้พอดีเลยนั่นล่ะ T_T
เม่น...เป็นคนที่วันเเรกพอเข้าค่ายมาตาลคิดว่าน่ารักมากเลย  เเต่พอรู้จักจริงๆนิสัยเม่นเหมือนเด็กๆ  ได้คุยกันก็ตอนวันเดินเเบบถึงได้รู้ 
อยู่ค่ายก็ป๊อปมากมายในหมู่น้องๆ  ยินดีที่ได้รู้จักนะ  ขอบคุณที่เป็นเพื่อนกันจ้ะ
พี่กุ้ง พี่โอ้  เจมส์ พี่อั๋น พี่นาส ดีใจที่มีโอกาสได้รู้จักทุกคนในค่ายนี้  ถึงเเม้จะไม่มีโอกาสได้พูดคุยกันมาก เเต่ก็ประทับใจทุกๆคนจริงๆ
นุ...ขอบคุณที่ปากเสียใส่ตั้งเเต่วันเเรก...จริงๆตอนเเรกๆไม่ถูกชะตาด้วยเลย  ก็นะ..ต้องได้คุยจริงๆเเหละถึงได้มารู้ว่านิสัยดี
เเต่ไม่ว่าจะยังไงก็ตามขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง..ก็หวังว่าจะยังคงเป็นเพื่อนกันตลอดไปอย่างที่นุว่านะ
 
ตอนนี้อะไรๆมันได้ผ่านไปเเล้ว   เศร้าใจจังที่ค่ายนี้จบลง  
เกลียดคำพูดที่ว่าไม่มีงานเลี้ยงใดไม่มีวันเลิกรา..ก็เพราะว่ามันเป็นความจริง
ไม่รู้ว่าปีหน้าจะมีโอกาสได้ทำค่ายอีกรึป่าว...เเต่ใจตาลอยากจะทำเเน่นอนอยู่เเล้ว
เพราะมันผูกพันกับผู้คนเเละสถานที่ไปแล้วจริๆ
ขอบคุณค่ายนี้นะที่ทำให้ตาลได้เรียนรู้อะไรหลายๆสิ่งหลายๆอย่าง
เเม้บางสิ่งที่ได้รับจากค่าย..ตาลอาจเลือกที่จะลืมเลือนมันไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม..
เเต่สิ่งอื่นๆที่เหลือที่ตาลได้รับจากค่ายนี้...ตาลจะจดจำเอาไว้ตลอดไปเเน่ๆ
เพราะมันคงเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหาได้จากที่ไหนในโลกนอกจากค่ายนี้เท่านั้น
 
 
 
 
September 29

E B I T .... (ทำร้ายกันอีกสิ...นอยได้อีก)

อื้ม...ความนอยระยะสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อวันที่สอบ Econ เส็ด...
เเม่ง...เเม่ง...เเม่ง...เเม่ง...เเม่ง
....
 
....
 
....
 
....
 
 
เกลียดเเก...วิชาเศรษฐศาสตร์...ไม่ว่าจะตัวไหนๆก็เหอะ...
ขอบคุณอาจารย์ณรงค์กับอาจารย์คนที่ถึงจะเรียนด้วยเทอมนึงก็ยังจำชื่อไม่ได้คนนั้นนะ
ที่ปีที่เเล้วถึงจะสอนไม่รู้เรื่องเลย...เเต่ก็กรุณาให้คะเเนนอยู่ที่ C เเละ C+
เเต่เทอมนี้..โคม่าเเน่ๆ 
 
เเม่งเอ๊ย..!!เข้าเรียนทุกคาบ..เล็คเชอร์ของตัวเองก็เป็นถึงต้นฉบับบที่ชาวบ้านเอาไปใช้อ่านสอบกัน
เเต่...ไม่ช่วยอะไรกรูเลยยยยยยยยยยยยยยยยยย~
เเน่สิ..ให้ชาวบ้านยืมสมุดไปอ่านกัน...เเต่กรูซึ่งเป็นเจ้าของเนี่ยเเหละไม่ได้อ่านตรงที่ออก...
ออกเเต่ตรงที่ไม่ได้อ่าน..จบสิ้นกันเลยทีเดียว...
 
เข้าไปสอบนี่..ตายอยู่ตรงข้อเเรกนั่นเเหละ เเล้วกี่คะเเนน...62 คะเเนนเอ๊งงงงงงงง หารสอง..31 คะเเนน..หึ..หึ.
จดจำไปอีกนานว่า Tax นั้น..เอาไปคูณกับ EBIT...เเต่มันก็คงเรียกเเทนว่า Ebitch ได้อย่างพี่กายบอกเเหละ..
โอ๊ยยยยยยย จะเอฟมั๊ยเนี่ยกรู....วิชาเศรษฐศาสตร์เเม่งเป็นจุดด่างพร้อยอีกอย่างนึงเลยในชีวิต
นอกจากเลขกับบัญชีที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาตลอด
งึ่มๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
@ej[vs0gs0gvkmv n)(*()*()()#$&&^()__P ไม่รู้จะบ่นว่าอะไรดีละ
เบื่อ..เซ็ง....
 
เเต่ก็เอาเฮอะ...ความนอยในเรื่องเรียนไม่เคยอยู่ในชีวิตคนอย่างชั้นนานเกินหนึ่งวัน
อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ก็ทำไปเเล้วนิ...เเก้ไขอะไรก็ไม่ได้
ได้เเต่รอดูผลอะเเหละ อย่างน้อยก็ทำเต็มความสามารถเเล้ว
อะไรที่ไม่รู้ ถึงย้อนกลับไปตอนนั้นเเม่งก็ไม่รู้อยู่ดี  เเล้วจะทำอะไรได้
อย่างน้อยบัญชีที่สอบเส็ดไปก็ช่วยให้หายนอยไปได้เยอะเลยล่ะนะ
ขอบคุณพระเจ้าที่ยังเมตตา~
 
เฮ้อออออออออออ~ เหลืออีกสองตัวเว่ย...
เเม่ง..สอบเส็ดจะไปปล่อยผีเเน่ๆ 
 
อยากให้ปิดเทอมเร็วววววววๆๆๆๆๆๆๆๆ 
Arashi กะน้ำทะเลที่ภูเก็ตรออยู่
 
 
 
 
 
August 20

SHINHWA ASIA TOUR LIVE IN BANGKOK 2006

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด~
 
ถ้าเป็นไปได้อยากกรี๊ดอีกซักหน้านึงเต็มๆ
 
ก็เมื่อวานนี้ไปดู Shinhwa Asia Tour Live In Bangkok 2006 กะพี่กายมาล่ะ
 
 
 
กลับมาก็..เกิดอาการเเบบเนี้ย..กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ~555
 
 
 
 
เป็นเอามากนะเนี่ยกรู~ นึกขอบคุณพี่กายจังที่ชวนไปดู
จำได้ว่ารู้จักวงนี้มานานมากเเล้ว..ตั้งเเต่สมัยที่ยัง..ดูเเบบ..เอ่อ..เป็นเเกงค์กระเทย
เห็นในรายการเกี่ยวกับเอเชียๆของช่อง 3 ตอนดึกๆเลยอะ (ตั้งเเต่ม.ต้นเลยด้วยซ้ำมั้ง)
ก็เพราะเป็นเเบบนั้นเลยไม่ได้สนใจอะไรเลยเเม้เเต่น้อย
มามีก่อนหน้านี้ไม่นาน  รู้จักก็เพราะพี่กายเนี่ยเเหละ
ก็เลยสนใจขึ้นมานิดหน่อยเเต่ก็ไม่อะไรเท่าไหร่
จนมาดูอีริคเล่นละคร Super Rookie ช่อง 7
ที่จบไปเมื่อไม่นานนี้ก็คิดว่า อื้ม..ก็น่ารักดีอะนะ
เเต่ก็ยังคงไม่ได้บ้าอะไร เพียงเเต่เริ่มมาสนใจฟังเพลงหรือดูพวก MV วงนี้มากขึ้นก็เท่านั้น
เเต่พอเมื่อวานได้ไปดูของจริงเเล้ว...ตอนนี้กลายเป็นเเฟนเพลงคนนึงของวงนี้ไปเลยล่ะ
เพราะเพลงเพราะอะเพราะจริง...คนในวงก็หล่อได้อีก...โดยเฉพาะ Eric เนี่ยเเหละ~กรี๊ดๆๆๆ
ไม่รู้ว่าโลกนี้จะมีผู้ชายที่หล่ออยู่อีกกี่คนหรอกนะ..เเต่สำหรับผู้ชายที่เคยเจอตัวจริงเเล้วล่ะก็..
ยังไม่เคยเจอใครที่หล่อเท่านี้เลยจริงๆ..
กับคนอื่นๆในวงก็หล่อกว่าที่ดูใน MV มากมาย คูณซักร้อยเท่าพันเท่าได้
Eric เอง ตาลเชื่อว่าคนที่ดูเเค่ใน MV หรือรูปอะ..ก็อาจจะรู้สึกว่าเค้าไม่โดดเด่นถ้าเทียบกะ
คนอื่นๆในวง  เเต่ตัวจริงนี่..ยกตำเเหน่งหล่อสุดให้ไปอย่างไม่ต้องคิดหน้าคิดหลังเลยล่ะ
เเต่น่าเสียดายไปหน่อย...เเม่ง! ไปยืนอยู่อีกฝั่งเสียมาก ไม่เห็นเยอะเท่าที่ควร..แต่เห็นมาก
เห็นน้อยไม่ใช่ปัญหาหรอก..เเค่เห็นเเล้วติดตาจนถึงตอนนี้ก็พอ 5555 
 
 
 
Eric Mun
 
 
 
ฝั่งที่ตาลยืน มี Fan Club ของ Jun Jin ซะเยอะเลย ก็คงสมใจอยู่หรอก เพราะว่าฝั่งตาล
เป็นที่ปักหลักของ Jun Jin กะดองวาน  เเล้วก็ Andy กะ Minwoo ด้วย (สรุปทุกคนมา
ทางฝั่งตาลเยอะยกเว้น Eric อะนะ..ทำร้ายฉันได้อีกนะ) 
 
คนที่คิดว่าน่ารักสุดต้องยกให้ Junjin เพราะ..ก็น่ารักอะ..ยิ้มกับคนดู เล่นกะคนดูเยอะเลย
เป็นคนที่ตาลชอบรองจาก Eric ขี้เล่นสุดก็ยกให้ Dong Wan เพราะเเบบ เเหย่คนโน้นคนนี้ตลอด 
บ๊ายบายคนดู  เล่นกะคนดูมากกว่าชาวบ้านเลย เเล้วก็เห็นกุ๊กกิ๊กๆกะ Andy ตลอด ดูเหมือนเด็กๆอะ
Andy นี่..ดูเผินๆรู้สึกเค้าเหมือนตุ๊ดไงไม่รู้..เพราะเเบบ..เห็นเอามือปัดผมเเล้วปัดผมอีก
เเต่เป็นคนที่ดูเเบบ..friendly สุดเลย  เค้ายิ้มตลอด เวลายิ้มเเล้วตาหยีๆ น่ารักดี เเล้วก็..
ดูเหมือนทุกคนในวงจะชอบเล่นกะ Andy นะ  คนต่อมา..Hyesung(เขียนงี้ป่าวหว่า..??)
คนนี้..อืม..ชอบลักยิ้ม หน้าดูเด็กสุดในวงเเล้วอะ  ก็ให้ฟีลคล้ายๆ Andy เลย จริงๆไม่ชอบผู้ชาย
หน้าตางี้นะ  เเต่ดูโดยรวมเเล้วก็น่ารักดี  เด่นตรงลักยิ้มเนี่ยเเหละ  ส่วนอีตา Minwoo ขอบอก
ว่าเป็นคนที่รู้สึกเเบบ..ไม่ค่อยถูกชะตาเท่าไหร่ เเต่ก็ไม่ได้เกลียดนะ เพราะมันเก่งจริง(สรรพนาม
เเบ่งเเยกอย่างเห็นได้ชัด 5555) ออกเเนวหมั่นไส้เล็กๆมากกว่า เพราะดูมัน..ขี้เก๊กหน่อยๆอะ
ไม่ชอบคนไว้กล้ามเยอะไปด้วยล่ะ คนอื่นเค้ากะลังดี ไอ้นี่เเบบเป็นมัดๆเลย เเต่ว่าในบรรดาทั้งหมด
มันเก่งสุดนะจริงๆ เต้นเก่ง ร้องดี ดูมี Skill สูงอะ  เเสดงดูมี Power ด้วย เเล้วก็เข้าถึงคนดูมากสุด
มาคนสุดท้ายเเละท้ายสุด..จริงๆก็พูดถึงมาซะมาก  เเต่ก็ต้องพูดถึงอีก..เพราะพูดอีกเท่าไหร่ก็คง
ไม่พอสำหรับคนนี้..Eric..หล่อที่สุดเเล้วในวง หล่อจริงๆ..หล่อได้อีก...ขาว สูง ล่ำกะลังดี หุ่นดี
กว่านี้ก็คงไม่ได้เเล้วล่ะ เพราะนี่ดีที่สุดเเล้ว 55555 ขอบคุณพ่อเเม่ Eric นะที่คลอดเค้าออกมา
หน้าตาดีได้ขนาดนี้  หนนี้มากะผมสกินเฮดที่ตอนเเรกเเปลกตา เเต่ไม่..มันไม่ช่วย..ไม่ช่วยลด
ความหล่อเลย ฮี้ว~555 เเต่ว่า..ก็..ดู Concert หนนี้เค้าเป็นคนที่ดูเต็มที่น้อยที่สุดนะ  อาจจะ
เพราะว่าบินตามคนอื่นมาทีหลังสุดเลย คงมีงานเยอะ  เค้าเล่นกะคนดูน้อยอะ ดูหน้าตาเหนื่อยๆ
อย่างเห็นได้ชัดจริงๆ  เเต่ก็..ตอนจะจบคอนเสิร์ตนี่มีการใส่หูกวางเล่น เป็นของที่คนดูให้ ตอนเเรก
Dong Wanใส่อยู่ เเล้ว Eric ขอยืมไปใส่ต่อ น่ารักมากๆอะ~ Dong Wan มันขี้เล่นอย่าง
ที่บอกเเหละ มีกอดกะAndy กลมตั้งหลายช็อต  เเล้วก็มีตอนที่คนในวงมาเซอร์ไพรส์วันเกิดให้
Junjin ตอนนี้ก็เป็นอีกช่วงของคอนเสิร์ตที่รู้สึกดีนะ  ก็ทุกคนใน Arena ก็ร้องเพลงให้ เเล้วก็ให้เค้ก
เเล้วเเบบ..รู้สึกว่าHyesung กะ Eric คงจะเตี๊ยมให้เค้าพูดขอบคุณเเฟนๆเป็นภาษาอังกิด เเต่ว่า Junjin
ดูเหมือนจะอ่อนด้อยด้านนี้ เลยพูดออกมาว่า "I love so much" ซึ่งผิดหลักอย่างควายๆเลย Hyesung
เลยส่ายหัวเเล้วก็หัวเราะ ส่วน Eric นี่หัวเราะไม่พอ ถึงกับเอาผ้าปาใส่   Junjin เขินขนาดเอา
ผ้าปิดหน้าตัวเองเลยอะ เห็นเเล้วขำดี สรุปเเล้วก็..เป็น Concert ที่..คุ้มกับราคา 3,500 บาทเเล้ว
อะนะ (ถึงจะน่าเคืองไปหน่อยตรงที่มันมีบัตร 3,500 เเจกฟรีให้เกลื่อนตอนหลังก็เหอะ) หวังว่า
มีหนเเรกก็คงจะมีหนที่สองอีกนะ  เพราะตอนนี้กลายเป็นสาวกคนนึงของวงนี้ไปเเล้วจริงๆ ก่อนกลับบ้าน
ก็ซื้อ CD Album ใหม่ State of Art กลับมาด้วย เด๋วว่างๆจะฝึกร้อง  555555
 
       
Lee Minwoo
 
 
 
 
Kim Dong Wan
 
 
 
Shin Hyesung
 
 
 
Junjin
 
 
 
Andy Lee
 
 
ขากลับ..ก็...ยังพากันกลับด้วยความทุลักทุเลกับพี่กายไม่ต่างกับขามา
ตอนขามานี่..ก็เกือบจะเอาตัวไม่รอด...เเทบจะกราบงามๆให้พี่วิตหนนึง
ไม่ได้นี่..ถึงกับหลงเลยนะน่ะ กะลังจะเลยทางไปเเล้วด้วยซ้ำ  ตอนใกล้ถึง
ก็ยังจำทางเลี้ยวผิดได้อีก..ทำพี่กายเลี้ยวไปผิดทางเลย เสียเวลาต้องไป
U-TURN ซ้ำใหม่..ขอโทดจริงๆนะพี่กายยยย..T_T ตอนนั้นรู้สึกเเย่มากเลย
ตาลกลัวพี่กายโกรธนี่นา...อาจจะเเอบเคืองตาลอยู่ก็ได้ที่จริง..ขอโทดๆๆๆๆๆจริงๆน้า~
ตอนขากลับตรงอนุสาวรีย์หลักสี่  ก็..จริงๆก็ไม่เชิงว่าจำทางผิดหรอก เเต่ก็
นั่งไปคุยไป  ประกอบกับตรงนั้นมันก็วนเป็นวงกลม ง่ายต่อการเลี้ยวผิดรูเดิมอยู่เเระ
ดีนะที่ตรงนั้นมันย่านลาดปลาเค้าที่ยังพอจำทางได้ ไม่งั้นคงเเย่...สุดท้ายก็กลับ
ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ..เเต่นั่งรถกับพี่กายนี่...ต้องตื่นตัวตลอดเวลาจริงๆ  เวลา
กลับกับพี่วิตนี่ยังหลับได้โดยไม่ต้องกังวลอะไร ตื่นก็ถึงบ้านเเระ เเต่กลับกะพี่กายนี่
พอจะเคลิ้มๆหลับปุ๊บ คุณชายเค้าจะต้องส่งเสียงตกใจหรืออะไรออกมาซักอย่าง
ให้ได้สะดุ้งไปหลายเฮือก  เเล้วก็ยังละสายตาหาของบ้างอะไรบ้าง  เงยหน้ามาก็
หักเลี้ยวรถข้างๆ...อื้ม...ชีวิตฝากไว้ในมือเธอได้จริงๆหรอเนี่ย...555555555
นั่งรถไปกับพี่กาย..สองสิ่งที่อย่าลืมทำคือคาดเข็มขัดนิรภัยเเล้วก็สั่งลาพ่อเเม่กับ
คนรักก่อนออกจากบ้าน 55555 (ถ้ามาอ่านอย่างอนตุ๊บป่องนะพี่กายยยยยยย โอ๋ๆ เอ่เอ๊)
เเต่ก็..เป็นประสบการณ์ที่หนุกดี  อย่างน้อยก็เห็นความโก๊ะของพี่กายแล้วก็
รู้จักพี่เค้ามากขึ้นล่ะนะ  เเต่ยังไงก็ยังไงตาลก็ยังเห็นพี่กายเป็นพี่ชายที่น่ารักเหมือนเดิม
ไม่เคยเปลี่ยนนนนน(เหมือนตบหัวเเล้วลูบหลังเลยเนาะ ><)
ขอบคุณนะสำหรับของฝาก..โดยเฉพาะครีมกันเเดดที่เเม่หยิบเอาไปประเดิมใช้เป็น
คนเเรกเเบบไม่บอกกล่าว (เเม่บอกว่าใช้ดีด้วยล่ะ..เเม่ฉัน..)  ถึงจะทำร้ายจิตใจเเต่
ไม่ทำลายผิวพรรณ 55555555  เเล้วก็.. ขอบคุณที่ชวนไปดู Concert นะ
กีวี่ก็อร่อยมั่กๆ ติดใจจจจจจจจ เพราะชอบผลไม้อบเเห้งอย่างเนี้ยอยู่เเล้ววววววว
และสุดท้ายก็ขอบคุณนะคะคุณพี่ชายยยที่ทำให้รู้จักวงนี้เเล้วก็บ้าได้อีกอย่างตอนนี้
ถ้ามาหนหน้า..บัตรเเถวหน้าเท่าไหร่ก็จ่ายเเน่นอน..
 
 
 
 
July 30

ฟันซี่ที่ 33...

...วันนี้ได้ฤกษ์ไปหาหมอฟันมาจนได้..
หลังจากตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมาต้องทนเสียวเเละเจ็บฟันมาตลอด
เมื่อคืนนี้ถึงขั้นโคม่าจนได้...เเบบว่า..ปวดไม่ไหวเเล้ว
ถึงกับน้ำตาเล็ดตอนนอน นอนไม่หลับเลย..เเถมตื่นเช้ามาก็เเทบกินอะไรไม่ได้
บ่ายวันนั้นเลยต้องไปหาหมอตามคำเตือนของพี่กายจนได้
 
ไปถึง..ตอนเเรกก็บรรยายอาการให้หมอฟัง..
พร้อมกับเล่าเหตุการณ์ในอดีตที่เคยเคี้ยวก้อนกรวดเเล้วเกิดอาการเสียวฟัน
หมอเลยสันนิษฐานว่าสงสัยรากฟันจะเเตกเเน่เลย
เเต่ก็ให้ไปเอ็กซเรย์ดูเพื่อความชัวร์...
ปรากฏว่าหมอเอาฟิล์มมาให้ดู..พร้อมกับบอกว่า "เรามีปัญหาเเล้วล่ะ"
 
ในฟิล์มเอ็กซเรย์นั่น..ก็เห็นฟันผุสองซี่..เเล้วไอ้ซี่ที่เจ็บได้อีกนั่นก็ไม่มีอะไร
เเต่ว่า..ไอ้ใต้ฟันซี่ที่เจ็บนั่น..มีอะไรบางอย่างอยู่..
"มันมีฟันพิเศษงอกขึ้นมาล่ะ...ปกติคนเราจะมีฟัน 32 ซี่..เเต่หนูมีฟันซี่ที่ 33 กะลังงอกดันฟันซี่ที่เจ็บอยู่..มันเลยทำให้เจ็บมาก เเล้วก็สบฟันไม่ปกติ  หมอเเนะนำให้
ไปโรงพยาบาลนะ เพราะว่าถ้าจะถอนเนี่ย..หมอว่ามันก็ไม่ถูก เพราะมันเป็นฟันซี่
ปกติของคนไข้..เดี๋ยวหมอขอไปปรึกษาหมอคนอื่นๆก่อนนะครับ รอเดี๋ยว.."
 
เอาเเล้วไงอีตาล...คิดในใจ..เเบบว่า..มันร้ายเเรงขนาดนั้นเชียวหรอ...
หมอปรึกษากันอยู่พักนึงเเล้วก็กลับออกมา
 
"ต้องถอนล่ะครับ เพราะถ้าไม่ถอนรากฟันจะละลาย เเล้วจะกระทบไปถึงฟันซี่อื่น
ต้องให้มันงอกขึ้นมา หวังว่ามันจะงอกอะนะ เพราะถ้ามันไม่งอก หรืองอกผิดปกติ
ก็อาจจะต้องจัดฟัน เราทำอะไรมันไม่ได้ "
 
โอ้ว..จะบ้าตาย!!! ไม่อยากจัดฟันนนนนนนนน
เเล้วนี่ก็ไม่ได้คิดจะมาหาหมอเพื่อจะมาถอนฟันเลย..ไม่ได้เตรียมใจมาด้วยซ้ำ..
เเต่ก็..จะทำอะไรได้ล่ะ..ลาก่อน..ฟันจ๋า... ฟันเเท้ด้วยนะเมิงงงงง
ตอนนี้กลายเป็นอีฟันหลอไปซะเเระ..
เมื่อหัวค่ำเเม่งทำกล้วยหอมติดร่องด้วย..กว่าจะเเคะออก..T_T เจ็บมากมาย..
โอ่ย..รีบๆขึ้นมาเหอะไอ้ฟันซี่ที่ 33...
มันลำบากมากมายว่ะตอนทานอาหาร..เศร้า...(หิวโว้ยยยยยยยยย!!!!!!!)

Vivienne Westwood

 
 
 
 
 
 
  

     


 

  
 
ได้ไปดูมาจนได้..นิทรรศการผลงานของ Vivienne Westwood ที่ Emporium
ไปมากะตาลเล็กเมื่อวันศุกร์ที่ 28 ล่ะ...
พูดได้คำเดียวว่า "เริ่ด"
ยิ่งได้เห็นของจริงเเล้วยิ่งชอบอะ  พอไปเห็นประวัติกะงานเค้าเเล้ว
ไม่เเปลกใจเลยที่ Ai Yazawa จะชอบผลงานของเค้ามากจนเอาเเบบเสื้อผ้า
มาวาดการ์ตูน เเล้วก็เอา Cid (นักร้องนำวง Sex Pistol ซึ่งสามีของ Vivienne
เป็นผู้จัดการวงให้) มาเป็นเเบบวาด Rain  อยากจะบอกว่า Cid หล่อว่ะ 555+
ชอบโลโก้ของ Brand มากเลยอะ รูปดาวเสาร์..เป็นสิ่งที่ชอบที่สุดเเล้ว
เห็นของจริงวันนั้นเเบบว่า...งามมากกก~ อยากได้จัง ><~
คอลเลคชั่นที่ชอบที่สุดเห็นจะเป็นชุดฟูฟ่องอลังการ..(จำชื่อ collection ไม่ได้)
เเบบว่า..ยังเริ่ดได้อีกอะ...สุดยอดดดด~
อยากไปดูอีกซักรอบจัง..ถ้ามีเวลาล่ะก็นะ...
ปลื้มๆ ,,^.^,,
 

July 27

หลังสอบเสร็จ...(lal lal la~)

อ๊า~~~~~~~~~~~~~
สอบเสร็จเเล้วเจ้าค่ะ (วิชาหลักๆ)
เหลือเเต่บัญชีขั้นกลางซึ่งสอบวันที่ 7 ส.ค...
ก็..เดี๋ยวค่อยว่ากันเเล้วกันนะถ้างั้น เหอะๆ..
ขอพักผ่อนสมองซักสี่ห้าวันก่อน
 
ไปทำผมมาเเล้วล่ะ..
ตัดสั้นเลยหนนี้ เเล้วก็ย้อมผมกลับมาเป็นสีน้ำตาลกลาง
ตอนเเรกเเม่งก็ลังเลเเหละนะว่าจะตัดดีรึไม่ตัดดี
เพราะว่าก็เพิ่งเปลี่ยนผม เพิ่งทำสีใหม่ไปเมื่อก่อนเปิดเทอมเอง
เพิ่งจะสองเดือนเองนะจริงๆเเล้ว
เเต่ก็นั่นเเหละ...concept เดิม
สอบเสร็จเเล้วก็เปลี่ยนทรงผมหนนึง
สุดท้ายก็เลยเปลี่ยนๆซะ...ก็...รู้สึกชอบอยู่เหมือนกันนะ
รู้สึกเหมือนไม่เห็นตัวเองผมสีเข้มมานานมากเเล้ว..เเอบคิดถึง
ผมสั้นๆนี่ก็เเอบโล่งหัวอยู่ ^^
 
 
โอ้ว~อยากไปเที่ยวๆๆๆ
พรุ่งนี้จะได้ไปร้องเกะกะเพื่อนๆเเล้วววว..เย้ๆๆๆ
เวลามันผ่านไปไวจังเลยเนอะ..
เผลอเเป๊บเดียวก็จะจบเทอมเเรกอีกเเล้ว
เวลาที่กะลังมีความสุขกะชีวิต..อะไรๆมักจะผ่านไปไวเสมอเลย
คิดเเล้วก็เเอบเศร้า...
คงเพราะตอนนี้ติดเพื่อนเป็นตังเมไปซะเเล้วววว T_T
นึกถึงคำพูดของพวกพี่ๆเลยว่า..
เรียนมหา'ลัย..อยากทำอะไรก็ทำๆไปเหอะ
เพราะเวลามันผ่านไปเร็วจนน่าใจหาย...ใช้ชีวิตให้คุ้มค่า...
อะไรคือคุ้มค่าของพี่..ตาลก็ไม่รู้ว่าตัวเองรู้รึป่าว..
เเต่ก็..วันนึงคงรู้เองเเหละว่ามันคือยังไง..
 
 
ผลสอบจะเป็นยังไงนะเนี่ยหนนี้..
ก็คงเเอบหวังในใจให้มันดีกว่าทุกๆครั้ง
เพราะหนนี้อ่านหนังสือหลายรอบเหลือเกิน
เเต่จริงๆเเล้วจะได้เท่าไหร่ก็เอาเหอะ
ทำอย่างเต็มที่ที่สุดเเล้วนิ
มันคงทำไม่ได้มากไปกว่านี้เเล้ว
เพราะฉะนั้นก็จะไม่มานั่งเสียใจอะไรทีหลัง
คะเเนนสอบอาจเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับชีวิต
คนหลายๆคนอาจวัดคนจากผลการเรียน..ระดับความสามารถ
หรืออะไรก็เเล้วเเต่เหอะ...
สิ่งที่เราทำได้..เราก็ทำได้เท่าที่เราสามารถทำ..
สิ่งที่เรามี..เราก็มีเเละเป็นอย่างที่เราเป็น...
ต่อให้เป็นสิ่งที่คนมองว่าไม่มีค่าเพียงพอ..
หรือต่อให้เป็นสิ่งที่ไม่มีใครยอมรับ..
ก็เเล้วมันยังไงกันล่ะ..
ก็ในเมื่อเราเกิดมาเป็นเเบบนี้..มีสิ่งเหล่านี้..เเละทำได้เท่านี้..
ทุกคนมีคุณค่าในตัวเองอย่างที่ควรจะมี
อย่าให้สายตาเเละความคิดของคนอื่นมาเป็นสิ่งวัดคุณค่าชีวิตเราเลย
ตาลพอใจนะในสิ่งที่ตัวเองมีเเละเป็น..
ถึงเเม้ตาลจะไม่ได้มีพร้อมทุกสิ่งทุกอย่างก็เหอะ
การพูดเเบบนี้มันไม่ใช่การให้กำลังใจตัวเองหรืออะไรหรอกนะ
เเต่เพราะว่าตาลมองชีวิตต่างมุม..
เเละเเบ่งสัดส่วนชีวิต..ให้ความสำคัญกับสิ่งต่างๆ
ด้วยน้ำหนักที่เเตกต่างจากคนอื่นๆ
เเล้วตาลก็พอใจที่วันนี้สามารถทำสิ่งที่ได้พยายามอย่างสุดกำลังเเล้ว
อยากให้คนอื่นลองผ่อนคลาย..ไม่ต้องจริงจังกะเรื่องเรียนมากดูบ้างนะ
คือเเบบ..สิ่งที่ทำไปเเล้วมันเเก้ไขอะไรไม่ได้อะ
สิ่งสำคัญคือตอนที่ทำน่ะ..ตั้งใจทำรึยังต่างหาก..
ถ้าไม่ว่าจะยังไง..ต่อให้มีเวลามากเเค่ไหนก็ทำได้เเค่นั้น
ก็พอใจกับมันเหอะนะ..
จะได้ไม่เครียดกัน
พวกเเกทุกคนอะเก่งอยู่เเล้วเว่ย..คะเเนนต้องออกมาดีเเน่
เอาใจช่วยนะ(ตัวเองด้วย)
 
 
 
June 29

The Mediator...สาวน้อยสื่อวิญญาณ

 
อ่านจบจนได้ฉัน...The Mediator...ของ Meg Cabot
คนเขียนเรื่อง Princess Diaries
สนุกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
เเบบว่า...สนุกจริงๆอะ
รู้งี้อ่านตั้งเเต่เมื่อก่อนเเล้ว..
คือเเบบว่าตอนที่เจอหนังสือเรื่องนี้ครั้งเเรกที่ร้าน Kinokuniya ตอนไป
เดินกะไอ้ปิ๊ง..ตอนนั้นเห็นพล็อตเรื่องเเม่งน่าอ่านเลยซื้อมา...
เเต่ก็เอามาเก็บดองให้ฝุ่นมีที่เกาะเล่นๆซะงั้น
จนเพิ่งมานึกครึ้มอกครึ้มใจเอาออกมาอ่านตอนไปเยี่ยมนังตูนที่สุรินทร์นั่นเเหละ
เท่านั้นเเหละค่ะ...มันเกิดอาการที่เรียกว่า.. "ติดงอมเเงม"
ประมาณว่า...อ่านวันนึงต่อหนึ่งเล่ม...
พออ่านจบก็กระสันอยากไปซื้อเล่มต่อไปมาอ่านในบัดดล...ขนาดนั้นจิงๆ
ไม่คิดว่าจะติดได้ขนาดนี้...
 
พล็อตเรื่องย่อมันก็ประมาณว่า..นางเอกอะ(ชื่อซูซานน่าห์) มันเห็นวิญญาณ
เเละมันก็ทำหน้าที่ที่เรียกว่า "ผู้เป็นสื่อกลาง" ซึ่งคอยตอบรับพวกวิญญาณที่มีห่วง ให้เค้าทำสิ่งที่ห่วงให้สำเร็จก่อนจะไปเกิดอย่างสงบ เเล้วเเบบ..
เเม่นางเอกอะมันเเต่งงานใหม่ นางเอกเลยต้องย้ายไปอยู่ในบ้านใหม่ที่เป็นบ้านดัดเเปลงมาจากบ้านพักในสมัย C19 ซึ่งที่นั่นนางเอกก็ได้เจอกะผีหนุ่มรูปงามชื่อเจสซี่...(คำพูดที่เจสซี่ชอบพูดบ่อยที่สุดคือภาษาสเปน "เกริด้า" ที่เเปลว่า ที่รัก นั่น..ได้เรียนศัพท์ด้วยนะเมิงงง) ก็นั่นเเหละ เจสซี่มันเป็นวิญญาณที่ถูกคนฆ่าตายในบ้านหลังนี้ในสมัยนั้น  เเต่เจสซี่เป็นวิญญาณที่เเปลกก็ตรงที่ไม่เคยพูดถึงความตายของตัวเอง เเละไม่ได้วนเวียนอยู่บนโลกเพราะมีห่วงเหมือนวิญญาณทั่วไป นางเอกเลยไม่สามารถช่วยให้เค้า
ไปผุดไปเกิดได้ เพราะเจ้าตัวก็ไม่ได้ขอร้องอะไร เเต่นั่นเเหละ...อยู่ๆไป..ไปๆมาๆนางเอกก็ห้ามใจไม่ไหว ก็เลยหลงรักเจสซี่เข้า และระหว่างนั้นนางเอกก็ได้รู้ประวัติความเป็นมาของบ้าน เเละเรื่องราวในอดีตที่เกี่ยวพันกับการตายของเจสซี่จนได้  ก็...นั่นเเหละ...เเต่ละเล่มนางเอกมันก็จะเข้าไปข้องเกี่ยวกะเหตุการณ์เเละผู้คนที่เกี่ยวข้องกับวิญญาณหลายๆเเบบอะ
เเล้วเเม่ง..รู้สึกว่าเเต่ละคนที่นางเอกเข้าไปยุ่งกะเรื่องของเค้าเนี่ย..เป็นผู้ชายหล่อๆ
ดังๆของเมืองทั้งน้าน(กูก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องหล่อทุกคนด้วย...- -) ถ้ายิ่งอ่าน
เล่มหลังๆ จะยิ่งมันจนวางไม่ลงเลยล่ะ สามเล่มเเรกจะยังไม่เท่าไหร่..เเต่ 4-6 นี่
เเทบจะอ่านยันสว่าง...
 
ถามว่าชอบเรื่องนี้ตรงไหน..อย่างเเรกเลย Meg Cabot เป็นนักเขียนที่เขียนเรื่อง
เกี่ยวกับวัยรุ่นซะเยอะ..ชอบภาษาของเค้าอะ เเบบ..อย่างพวกคำพูดประชดประชัน
อะไรพวกนั้นอะ มันฟังเเล้วขำดี  คือใช้ภาษาได้โดนอะ อ่านเเล้วไม่เยิ่นเย้อน่าเบื่อ
อย่างที่สองที่ชอบ..ตัวละครเเต่ละตัวในเรื่องเนี่ยมีจุดที่อ่านเเล้วรู้สึกชอบ
อย่างนางเอกเงี้ย เป็นเด็กเเบบ..มั่นๆ ห้าว เเล้วปากดีมากๆเลย เเต่ก็มีมุมที่เป็น
คนอ่อนไหว ส่วนเจสซี่นี่...โอ้ว...อ่านเเล้วเอาใจกูไปเลยยยยย คือเป็นคนที่ Gent สุดๆ คือ Meg Cabot ใช้วิธีการเล่าเรื่องได้เห็นภาพชัดเจนมากๆ มันนึกออกเลยว่า
ถ้าคนคนนี้เป็นคนจริงๆจะเป็นยังไง มันทำให้อ่านเเล้วไม่น่าเบื่อ เพราะมันสามารถ
นึกภาพตามได้ตลอด เเล้วมันมีครบทุกอรรถรสจิงๆนะ ตอนเเรกๆจะออกเเนวขำๆ
พอกลางๆเรื่อง พอนางเอกกะเจสซี่เริ่มรักกันเนี่ย เนื้อเรื่องมันยิ่งน่าติดตามเเล้วเเบบ
น่ารักมากกกกกกกกกกกก ตอนเล่มสุดท้ายนี่ก็เล่นเอาน้ำตาร่วงงงงงเลย เป็นหนังสือ
ที่ดีเเละสนุกมากๆเล่มนึงที่เคยอ่านมาในชีวิตเลยล่ะ ตอนนี้ที่เมืองไทยก็เเปลจบเเล้วถึงเล่มหก ในชื่อว่า "The Mediator"  "สาวน้อยสื่อวิญญาณ"  ซื้อที่
พารากอนอะที่ร้านอื่นก็คงจะมี....หนุกจิงๆ เป็น NEW YORK TIME-BEST SELLING ด้วย..ใครสนใจมายืมได้นะ.
 
June 25

สัปดาห์นี้..หลายสิ่งเกินไปเเระ..

     
 

โอ่ย...ปวดเมื่อยไปทั้งตัว... หมู่นี้นานๆออนทีก็นะ...ได้มาอัพก็ขอบ่นนิดนึง เมื่อวานนี้มีงาน Freshy Night เปียกฝนเป็นลูกหมาเลย ลื่นล้มเข่าช้ำอีกต่างหาก เเต่ก็นะ...ถือว่าฟาดเคราะห์ไปละกัน (เพราะเมื่อเช้าก็ใช่ว่าไม่เจอเรื่องซวย เพราะตั้งใจอย่างเเรงกล้าที่จะ ไปเรียนภาษาญี่ปุ่น เเต่อาจารย์กลับไม่มาซะงั้น...T_T เสียใจจิง..) ดีที่งานเเม่งหนุกปีนี้..ไม่รู้ดิ...สงสัยเพราะเเดนซ์ปล่อยเเก่สุดๆไปเลยล่ะมั้ง เลยรู้สึกว่ามันหนุก เเบบว่า เต้นกะเพื่อนๆ พี่ๆ เเล้วก็น้องๆในกรุ๊ปด้วยอะ เลยมันมาก ชอบตอนล้อมวงกอดคอเเล้วกระโดดไปด้วยกันมากมาย เเลดูรักกันดีนะ 555+ เออ..เเล้วเเม่งตอนเริ่มงานต้องขึ้นไปเเสดงด้วยล่ะ เต้นเพลง That thing you do เพลงหากินประจำกรุ๊ป - -" เห็นมีคนบอกว่าหัวใจจะวายเพราะกางเกงในที่เหมือนจะเเลบเเปล๊บๆน่ะเเหละ แต่ก็นะ..อย่างน้อยก็ผ่านไปได้ด้วยดี เดินเเบบน้องๆกรุ๊ปเราก็เริ่ดค่ะ...ชอบน้องเเพรน้องโอ๊ตมากๆเลย ถึงกรุ๊ปเราจะโดนดึงน้องหน้าตาดีๆไปเยอะมากมายก็เหอะ อย่างน้อยโมเดลจากกรุ๊ปอื่นที่ขึ้นไปเดินเฉิดฉายปีนี้ ก็มีฐานะเคย เป็นเด็ก ก สาม มาไม่ต่ำกว่าสองคนเเน่ๆล่ะ เเต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น น้องเเพร น้องโอ๊ตก็สู้ได้สบายอยู่เเล้วอะนะ 555 เสียอย่างเดียวก็เเค่ อีนังประธานเเม่ยกน้องโอ๊ตกลับมาดูตอนน้องโอ๊ตเดินเเบบไม่ทันอะดิ 555555555+ ได้ถ่ายรูปน้องเอาไว้เยอะเย้ยมัน รูปไม่ต้องบ่นกันนะเพื่อนๆ ตอนนี้ sd Card อยู่กะลูกปัด เด๋วได้กลับมาเเล้วจะเอามาลง..มีรูปเสื่อมๆเยอะเลยล่ะ.... ก็นะ..นั่นเรื่องเมื่อวาน ส่วนวันนี้ออกมาจากบ้านเพื่อมาพัฒนาคณะตอนสายมากเเล้ว เนื่องจากเมื่อวานอ่าน The Mediator ต่อจนถึงตีสองกว่า ทั้งๆที่ก็เหนื่อยมากมายเเละเป็นหวัดด้วยอีกต่างหาก หัวมึนมาก เเต่หนังสือเเม่งวางไม่ลงจริงๆ..อ่าๆๆๆ นอกเรื่องเเระ..ต่อๆ ก็..เเล้วก็ๆ..ดูหนังเกาหลีอยู่ด้วยล่ะ ก็เลยออกมาช้า มาถึงก็ทำความสะอาดไปนิดหน่อยก่อนจะไปดู Silent Hill กับพี่กอล์ฟฟี่ หนังก็...จะพูดว่าไงดีล่ะ...จะว่าหนุกก็หนุก..จะว่าไม่ก็ไม่เชิง คือตัวเองสมัยเล่นเกมน่ะ เเบบว่า..รู้สึกว่ามันน่ากลัวมากอะ คือบรรยากาศมันกดดันมากจนรู้สึกว่า..ต่อให้อยู่กันหลายคนตอนนั่งเล่น ก็กลัวอยู่ดี ในหนังมันก็ให้บรรยากาศคล้ายๆเเบบนั้นพอสมควรนะ เเต่ไม่รู้ว่าในเกมเนื้อเรื่องมันเป็นไงต่ออะ เพราะเมื่อก่อนเล่นเกมก็เล่น ไปได้ประมาณ 20% เองมั้ง ด้วยความป๊อดนั่นเเหละ ก็เลยไม่รู้ว่าในตัวหนังเนี่ยมันอิงมาจากเกมมากน้อยเเค่ไหน เพราะโดยส่วนตัวเเล้วก็คงต้องบอกว่าชอบในเกมมากกว่าอะ เพราะ ตัวเอกก็เป็นผู้ชายด้วย ผีในหนังก็ไม่เห็นจะน่ากลัวเลย..ยังห่างไกลจากเกมนัก ดูหนังเสร็จก็ไปซื้อรองเท้าต่อ... เออ..จิงสิ..ก่อนไปซื้อรองเท้าเเม่งเเวะซื้อเครื่องสำอางที่ Oriental Princess เเบบว่า..พนักงานคงหัวหดกะลูกค้าอย่างชั้นไม่มากก็น้อยเเหละ ก็นะ..คนจะรีบซื้อรีบไปมาตื๊อให้กูซื้ออยู่ได้..!!!! ซื้อของมันทีอะไม่เคยต่ำกว่า 500 เล้ยยยย ทั้งๆที่ของที่ตั้งใจซื้อจริงๆ มันไม่เเพงขนาดนั้นหรอก เเต่เพราะเป็นพวกไม่ค่อยปฏิเสธคนนั่นเเหละ เค้าตื๊อก็ใจอ่อนตลอด..เเต่วันนี้ไม่เเระ..อารมณ์บูดจิง เป็นไงล่ะยะ.. ให้มันรู้ซะบ้างใครเป็นใคร!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! หลังจากนั้นด้วยความกระสันอยากจะอ่าน The Mediator เล่ม 5 ต่อเร็วๆ เพราะก่อนดูหนัง อ่านเล่ม 4 ใกล้จบเต็มที ก็เลยถ่อไปที่ Paragon ตรงไปร้าน Kinokuniya อย่างรวดเร็ว วันนี้รู้ที่เเระ ไม่ต้องไปงมโข่งอย่าง อาทิตย์ก่อนที่มาซื้อ(สุดท้ายตอนนั้นก็ต้องไปขอความช่วยเหลือพนักงาน) มันสนุกจิงๆน้า...I'm so proudly to present. เลยล่ะ ว่าเเล้วก็ไปทำการบ้าน BUS LAW เเล้วรีบไปอ่านก่อนดีกว่า เเต่เเม่ง..หลายสิ่งจริงๆอะสัปดาห์นี้...มีทั้งเรื่องสนุกเเล้วก็เรื่องชวนหัวเสียล้นไปหมด นี่ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องที่บ้านเลยนะ...เเม่ง!!! ให้หมาออกลูกเป็นควายเหอะโรบิน...

 
     
 
 
June 17

...เเบบว่าอารมณ์ดีว่ะ..

...หมู่นี้รู้สึกว่าตัวเองจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษล่ะ 
คงเนื่องจากหลายๆสาเหตุ...
แต่ที่สำคุญที่สุดคงจะเป็นเพราพวกที่ไป Work & Travel กลับมาเเล้ว...
ในที่สุดก็กลับมาซะที...อยากเจอทุกคนมากๆโดยเฉพาะอีโบ
ตอนนี้ก็กลับมากันครบเเล้ว...กรุ๊ปมันจะได้มีคนอยู่กันครบๆซะที...
อ้อ..เเล้วก็หมู่นี้ที่กรุ๊ปมีคนให้เเกล้งเยอะเเยะไปหมด..โดยเฉพาะไอ้อ๋า
เอิง เเล้วก็ไอ้เดช...โฮะๆๆๆ...เลยมีเรื่องสนุกๆทุกวันเลยล่ะช่วงนี้...
แล้วก็ๆ...ตอนนี้เริ่มสนิทกับน้องๆเเล้วนะ...เริ่มจะเมาท์เเตกกันละ 555
เเถมหมู่นี้ยังได้นอนเยอะกว่าเมื่อก่อนเพราะไม่ค่อยได้ออน msn บ่อยเท่า
เมื่อก่อนเเล้ว...ได้นอนเนี่ยเเหละ...สุดยอดของสิ่งที่ทำให้อารมณ์ดี...
 
เมื่อวานก็ LM ไปเเล้ว...
ผ่านวันนั้นไป...น้องๆในกรุ๊ปก็จะสนิทกัน
เเละจำกันได้เหมือนอย่างที่พวกตาลกับเพื่อนๆทุกวันนี้เเล้วล่ะ...ถึงจะผ่านมา
หนึ่งปีเเล้ว เเต่ก็ยังจำได้อยู่นะ...ความรู้สึกในวัน LM เมื่อ 1 ปีก่อน...
ตั้งเเต่วันนั้นเพื่อนๆในกรุ๊ปก็สนิทกันเเละอยู่ด้วยกันมา...
พอวันนี้ได้มาเป็นพี่ถึงได้เข้าใจอะไรๆมากขึ้นในสิ่งที่พี่เค้าให้พวกเราทำ
รวมทั้งความรู้สึกของพี่ๆที่เค้าว้ากพวกเราวันนั้นด้วย...
ตั้งเเต่นี้ต่อไป...น้องๆปีหนึ่งก็จะเป็นน้องกรุ๊ปอย่างสมบูรณ์...
หวังว่าน้องคงจะรักกันมากๆนะ
 
อ่า...เด๋วจะกลับไปเรียนภาษาญี่ปุ่นต่อเเล้วล่ะนะ...
เป็นสิ่งที่ตั้งใจจะทำจริงๆจังๆเเล้ว 
เพราะเริ่มคิดถึงเรื่องอนาคตของตัวเองเเล้วล่ะ
ก็...ตัวเองไม่ได้เป็นคนที่มีความฝันอะไรเป็นพิเศษ...ไม่เก่งเลข บัญชีก็ไม่ได้เรื่อง
ก็มีเเต่ภาษาเนี่ยเเหละที่มั่นใจว่าชอบ...ไม่ว่าจะได้เอาไปใช้ทำงานหรือไม่
เเต่วันนึงก็มั่นใจว่ามันจะต้องมีประโยชน์ต่อตัวเอง...
ตาลอยากไปเรียนต่อที่ญี่ปุ่นล่ะ..คิดๆไว้เเล้ว...เเต่ไม่รู้ว่าจะทำได้มั๊ย..
เเต่เป็นสิ่งที่อยากทำดู...ตาลอยากทำงานในบริษัทญี่ปุ่นเท่านั้น!..หรือไม่ก็
ใช้ชีวิตในต่างประเทศล่ะ...อยากทำเเบบนั้นจริงๆนะ...
เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะทำได้ในตอนนี้ก็คือการไปเรียนภาษาญี่ปุ่นกับอังกฤษ
อย่างจริงจัง...ลองดูซักตั้ง
..แล้วก็..เทอมนี้จะตั้งใจเรียนมากๆเเล้วด้วย 
เรื่องนี้เท่านั้นที่ว่าหากไม่ทำด้วยตัวเองก็ไม่มีความหมาย
เพราะฉะนั้นก็จะต้องตั้งใจเรียน...ไม่ให้ต้องไล่ตามคนอื่นมากไปกว่านี้อีกเเล้ว..
 
อ่า...ปวดหัวไม่หาย...
เพราะเมื่อวานตอน LM เเล้วเป็นไมเกรนนั่นเเหละ...
เเม่ง...เเล้วยังกระเเดะไปตากฝนอีกต่างหาก...
เป็นหวัดอีกกู...
เกลียดชิบเป๋งไอ้การเจ็บคอเนี่ย... 
หายทันวันจันทร์ทีเฮอะ...
ไม่อยากหมดสนุก...กะลังคึกๆอยู่ 5555+
 
 
 
 
อยากซื้อ The Mediator สาวน้อยสื่อวิญญาณเล่ม 3 อะ...อยากซื้อๆๆๆๆๆๆ 
จะลงเเดงเเล้ว...สนุกมากมายยยยยยยยยยยยยย 
ถึงกับอ่านได้เล่มนึงต่อวันเชียวนะ ร้อยสองร้อยหน้านั่นอะ !  
วันจันทร์จะไป Paragon ให้ได้...!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
 
P.S. ขอบคุณพี่เเป้งด้วยนะคะที่อุตส่าห์มาส่งถึงบ้านเมื่อวาน...จุ๊บๆ~
 
 
...ง่วง...
 
 
 
June 11

ของขวัญจากในหลวง...

 

1.  อย่าทำลายความหวังของใคร...เพราะอาจเหลืออยู่เเค่นั้น...

2.  รู้จักฟังให้ดี...โอกาสบางทีมันก็มาถึงเเบบเเว่วๆเท่านั้น...

3.  จะคิดการใด...จงคิดการให้ใหญ่เข้าไว้...เเต่เติมความสนุกสนานเข้าไปด้วย

     เล็กน้อย...

4.  หัดทำสิ่งดีๆให้กับผู้อื่นจนเป็นนิสัยโดยไม่จำเป็นต้องให้เขารับรู้...

5.  จำไว้ว่าข่าวทุกชนิดถูกบิดเบือนมาเเล้วทั้งนั้น...

6.  ใครจะวิจารณ์อย่างไรก็ช่าง...ไม่ต้องเสียเวลาโต้ตอบ...

7.  ให้โอกาสผู้อื่นเป็นครั้งที่ "2" เเต่อย่าถึง "3"...

8.  เราไม่ได้ต่อสู้กับคนโหดร้าย เเต่ต่อสู้กับความโหดร้ายในตัวคน...

9.  เมื่อมีใครสวมกอดคุณ...ให้เขาเป็นฝ่ายปล่อยก่อน...

10.อย่าไปหวังเลยว่าชีวิตนี้จะมีความยุติธรรม...

11.ประเมินตัวเองด้วยมาตรฐานของตัวเองไม่ใช่มาตรฐานของคนอื่น...

12.คงไว้ซึ่งความเปิดเผย อ่อนโยน เเละอยากรู้อยากเห็น...

13.ไม่ว่าจะตกอยู่ในสถานการณ์อันเลวร้ายเพียงใด สุขุมเยือกเย็นเข้าไว้...

14.อย่าวิจารณ์นายจ้าง...ถ้าทำงานกับเขาเเล้วไม่มีความสุขก็ลาออกซะ...

15.คำนึงถึงการมีชีวิต "กว้างขวาง" มากกว่าการมีชีวิต "ยืนยาว"

 

 

 

                                                   

 

                                          I LOVE THE KING...

 

 

June 04

เราพบกันในวันที่ไม่ใช่

เคยไหม..บางครั้งเวลาที่มีสิ่งดีๆผ่านเข้ามาในชีวิตเเล้วเราพบว่า
เราไม่อาจไขว่คว้าสิ่งนั้นไว้กับตัวเองได้ ด้วยเหตุผลต่างๆ
หรือบางครั้ง..เวลาที่เราได้พบเจอสิ่งที่เรารู้สึกถูกใจ
แต่ในตอนนั้น เราก็มีอีกสิ่งหนึ่งอยู่กับตัว ทำให้เราไม่อาจเลือก
ที่จะรับเอาสิ่งนั้นมาไว้ได้
 
เเต่คนเราไม่ใช่สิ่งของ...และไม่ใช่โอกาสที่เป็นเพียงนามธรรม
การที่เราจะชอบใครซักคน...เราคงไม่อาจชอบได้ด้วยความรู้สึกเพียงครึ่งๆกลางๆ
ไม่ใช่ชอบด้วยความคิดที่ว่า..ถ้าไม่เลือกคนคนนี้ในตอนนี้อาจจะต้องมาเสียดายภายหลัง
ไม่ใช่ชอบด้วยความรู้สึกที่ว่า..ลังเลไม่เเน่ใจตลอดเวลา
เเละไม่ได้ชอบด้วยความตั้งใจที่ว่า..ตอนนี้เราไม่มีใคร..ลองคบดูก็ไม่เสียหลายเเล้ว
ค่อยว่ากันทีหลัง
ความรู้สึกของคนเราไม่ใช่สิ่งที่ควรเอามาล้อเล่นหรือเห็นเป็นเรื่องไม่จริงจัง
ทุกครั้งที่เราคิดหรือพูดบางสิ่งบางอย่างออกไป สิ่งนั้นย่อมส่งผลต่อจิตใจของผู้อื่นไม่ทางใดก็ทางหนึ่งเเน่..
ถ้าคำพูดเเละการกระทำของเรามันไม่ส่งผลอะไรเลยต่อคนคนนึง
มันก็คงหมายถึงเค้าคงไม่ได้รักเเละเเคร์อะไรเราหรอก ก็ถ้ามันเป็นเเบบนั้น
เราจะมีความจำเป็นอะไรที่จะต้องเเคร์เค้า..เเต่เพราะกับคนที่รักเรามันไม่ใช่
 
การเจอคนที่รักเรา ดีกับเรา หวังดีกับเรา..เป็นเรื่องที่มันน่าจะทำให้เรามีความสุข
เเต่เมื่อการเจอกันกับคนคนนั้นไม่ใช่วันที่เรารู้สึกเช่นเดียวกับเค้า...
ความรู้สึกนั้นก็กลายเป็นเพียงสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกเศร้า
จะมีทางบ้างไหมนะที่จะไม่ต้องทำให้คนที่เค้ารู้สึกดีๆกับเราเสียใจ
การที่ปล่อยให้เค้ารักเราอย่างไม่มีความหวังต่อไป
กับการที่เราทำร้ายความรู้สึกเค้าไปเเล้วทำให้เค้าตัดใจได้
เเบบไหนมันจะดีกว่ากัน...
ฉันไม่เเน่ใจว่าตัวเองสามารถคิดเเทนเค้าได้มากน้อยเเค่ไหน
เพราะสิ่งฉันควรพูด..ฉันคิดว่าฉันได้เคยพูดมันไปหมดเเล้ว
กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองที่เพิ่งผ่านไป...มันไม่ได้ทำให้ฉันรังเกียจเค้า
เเต่มันทำให้ฉันเเน่ใจกับความรู้สึกของตัวเองจริงๆเเล้วว่า
เค้าไม่ใช่สำหรับฉันจริงๆ...
ฉันเคยรู้สึกดีๆกับเค้าเมื่อครั้งนึง..เคยรู้สึกอุ่นใจกับการมีอยู่ของเค้า
เมื่อวันที่ฉันยังไม่ได้รับรู้ถึงความจริงจังของเค้า...มันดีใจที่มีคนคอยเป็นห่วง
เเต่เมื่อสิ่งต่างๆเปลี่ยนไป..ความจริงจังของเค้า...เเละนิสัยอีกมากมายที่เราได้
ใช้เวลาเรียนรู้ในกันเเละกัน มันทำให้ฉันไม่อาจเป็นตัวของตัวเอง..
ไม่อาจชอบเค้าได้ทั้งหมดจากใจ  ตัวตนของเค้าที่ฉันรู้สึกดีๆด้วยนั้น
เป็นเพียงตัวตนของเค้าที่ฉันเคยรู้จักเมื่อก่อน..ไม่ใช่ในตอนนี้
การอยู่ด้วยกันกับเค้าในตอนนี้ฉันก็มีเเต่ความอึดอัดใจ..ลำบากใจ
ไม่เป็นตัวของตัวเองเลย...การพูดคุยกัน..กับการได้อยู่ด้วยกันจริงๆ..
มันเเตกต่างกัน...
ฉันจะพูดอย่างไรกับเค้าดี
ทุกครั้งที่มองตา..เห็นรอยยิ้มเเบบนั้น..
ฉันก็ได้เเต่พูดไม่ออก...
เเละก็นึกไม่ออกจริงๆนะว่ายังมีคำพูดอะไรในโลก
ที่ถ้าหากฉันเลือกที่จะพูดออกไปเเล้วมันจะไม่ทำร้ายเค้า...
ตั้งเเต่เกิดมา..เค้าอาจจะเป็นคนเเรกมั้งที่ผ่านเข้ามาในชีวิต
เเละเป็นคนที่เพียบพร้อมมากขนาดนี้
เเละฉันก็อาจจะไม่ได้มีโอกาสเจออีกเป็นครั้งที่สองก็ได้..
เพื่อนๆก็มักจะพูดว่าทำไมฉันโชคดีจัง...
แต่จริงๆเเล้วฉันคงโชคร้ายมากกว่า
ที่เจอเค้าในวันที่ฉันเจอคนอื่น
รู้ว่าเค้าชอบฉัน..ในวันที่ฉันยังชอบคนอื่น
และในวันที่ฉันรู้สึกดีๆกับเค้า..ความรู้สึกนั้นก็มีได้เพียงครึ่งเดียว
เค้ารับฉันได้ทั้งหมด...ในขณะที่ฉันไม่อาจรับเค้าได้ทั้งหมดอย่างที่เค้าทำ
มันโชคร้ายจริงๆนะ..ที่เรารู้ว่ามีคนที่รักเรา ดีพร้อมขนาดนี้
เเต่ไม่สามารถตอบรับความรู้สึกนั้นได้...
เพราะความรักมันไม่พอหรอก...ถ้าไม่มีความเข้าใจ..ไม่มีความเชื่อมั่น
หรือถ้ามีเพียงความเข้าใจ..มีความเชื่อมั่น..เเต่ไม่มีความรัก
มันก็คงเป็นไปไม่ได้เหมือนกัน
ฉันคงไม่สามารถชอบใครด้วยความรู้สึกครึ่งๆกลางๆเเบบนี้ได้
ฉันมีเเต่ความเข้าใจให้เค้าเท่านั้น...เค้าคงไม่ต้องการหรอก...
ขอโทษ...อยากจะพูดคำนี้กับเค้าจริงๆ...
ทั้งฉันทั้งเค้าก็โชคร้ายพอกัน
เพราะฉันใช่สำหรับเค้าในวันที่เค้าไม่ใช่สำหรับฉัน
 
 
......... 
 
 
 
June 01

วันรับน้องเข้ากรุ๊ป...(พูดได้คำเดียวจิงๆปีนี้>>>"เลิศ")

วันนี้เหนื่อยสายตัวเเทบขาด...
หงุดหงิดค้างมาตั้งเเต่เมื่อวานเเล้วด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง..
มาเช้าวันนี้ก็ต้องตื่นนอนเเต่เช้ามืด นอนก็ไม่พอ...ง่วงชิบ...เเม่ง!!! 
มาหงุดหงิดๆต่อด้วยเรื่อง CBA  ต้องวิ่งรอกไปๆกลับๆระหว่างกรุ๊ป
กะ CBA ประมาณล้านเเปดรอบ  เเถมโทรศัพท์หาพี่กกซัก 40 missed call ได้
เเบบว่า...ตัวเองก็ลำบาก..เเถมยังเกรงใจพี่ๆด้วย...ไม่น่าฝากตังค์พี่เค้าไว้เล้ยยยย
เเต่ขอบคุณพี่ๆที่อุตส่าห์ช่วยรับฝากเอาไว้ให้นะคะ
อ่า..เอาเหอะ...
ยังไงซะอารมณ์พวกนี้มันก็หายไปเมื่อตอนน้องเข้ากรุ๊ปเนี่ยเเหละ
เเบบว่า...ปลื้มมั่กๆๆๆๆๆๆ  
 
 
 
 
 คือน้องปีนี้เรียกได้ว่า   "เลิศ" ~
โดยเฉพาะน้องผู้หญิง...เเต่ละคนนี่เป็นทรัพยากรอันมีค่าที่จะไม่ยอมเสียให้กรุ๊ปอื่นเด็ดขาด
หลังจากต้องเศร้ากับการจากไปของน้องทับทิมที่ถูกกรุ๊ป ข2 ดึงตัวไป
ชิส์~ กรุ๊ปตัวเองก็มีคนหน้าตาดีเยอะซะขนาดนั้นเเล้ว..ทำไมต้องมาดึงน้องกรุ๊ปช้านนนนน!! 
ขอหน่อยเฮอะ น้องหน้าตาดีๆที่จะมาอัพเกรดพี่ๆที่หน้าตาพื้นบ้าน
เเถมยังเป็นกรุ๊ปที่ได้ขึ้นชื่อเรื่องความกรากมาตลอดกรุ๊ปนึง - -"
แต่ทั้งนี้เเละทั้งนั้นที่รู้สึกภูมิใจยิ่งกว่าการมีน้องกรุ๊ปหน้าตาดีก็คือ
การที่ได้น้องๆทุกคนมาเป็นน้องๆของพวกเราด้วยความสมัครใจ
เเละน้องๆก็มีความสุขกับการได้เป็นสมาชิกของกรุ๊ปเรา
 
 
 
 
 เป็นพี่เเล้ว..รู้สึกได้โดยไม่ต้องมีคนบอกว่าต้องทำตัวเป็นผู้ใหญ่ขึ้นซะที
ไม่อยากเป็นพี่ที่น้องไม่สามารถพึ่งพาอะไรได้
อา...~ ยังไงก็ดีใจจิงๆที่ได้น้องๆเข้ามาอยู่กรุ๊ปเราเเบบนี้
จะเชื่อว่าเป็นโชคชะตา..เพราะฉะนั้นก็ขออย่าให้มีน้องคนไหนย้ายออกไปจากกรุ๊ปเลย
ก็นะ...การที่น้องเเต่ละคนจะได้ถูกคัดมาอยู่ในกรุ๊ปเเต่ละกรุ๊ปจากคนหลายๆร้อยคน
อยากให้คิดว่านั่นเป็นเพราะเราได้รับการเลือกให้มาทดสอบการใช้ชีวิตร่วมกันเเล้ว
 
 
 
อยากให้คิดว่ามันไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่น้องๆได้มาพบเจอกับเพื่อนใหม่ในกรุ๊ปเเละพี่ๆทุกคน
เเละเมื่อมีโอกาสได้พบเจอกัน ตาลก็ไม่อยากให้สิ่งเหล่านั้นจบลงด้วยการย้ายกรุ๊ป
เเต่เอาเถอะ..สิ่งสำคัญที่สุดมันคือความสุขของน้องต่างหาก
ยังไงซะ ความตั้งใจที่จะดูเเลน้องให้ดีที่สุดก็ยังไม่เปลี่ยนอยู่ดี
อ่า..จิงสิๆ..น้องรหัสปีนี้มีสองคน..ชายคนหญิงคน..ชื่อน้องไอซ์กะน้องเบลล์
ดูเป็นเด็กดีทั้งคู่เลย..ดีจิงงงงงงงง  
เเล้วก็นะ..ตอนนี้รับน้องบุญธรรมคนนึงเเล้วคือน้องบูม น้องสายพี่ป๊อก
เพราะเป็นน้องพี่ป๊อกถึงได้รับโดยไม่ลังเลเเม้เเต่น้อย น้องบูมเป็นเด็กน่ารักมั่กๆ
ปลื้มจายยยยจิงๆๆๆๆน้องเเต่ละคนปีนี้
นี่ก็กะว่าจะรับอีกสองคน...เเต่จะขอดูไปซักพักก่อนว่าน้องคนไหนนิสัยเข้าตา
เฮ้อ...เปิดเทอมใหม่..รู้สึกว่ายังมีงานหนักอีกมากมายรออยู่....T_T
เเต่ยังไงก็จะพยายามต่อไป...สู้สู้...~ 
 
 
 

 

 

May 30

การสอบเชียร์ครั้งสุดท้าย...

May 23, 2006
 
ผ่านไปเเล้วการสอบเชียร์...
 
ความเจ็บมือ...
 
เสียงที่เเหบเเห้งของเพื่อนสิบกว่าชีวิต...
 
ความเสียใจที่อัดเเน่นอยู่ข้างในเพราะไม่สามารถอยู่ร้องเพลงกับเพื่อน
เเละร่วมรับความเจ็บปวดกับเพื่อนได้จนวินาทีสุดท้าย
 
น้ำตาเเห่งความเสียใจ...เเละความดีใจ...
 
เสียงบูม BAKA 67 รอบจากพี่ๆปีสอง...
 
มือที่จับกันเอาไว้เเน่นเเละเสียงร้องไห้ของเพื่อนๆทุกคนในกรุ๊ป...
 
ความรู้สึกรักเเละผูกพันในกรุ๊ป เพื่อนๆ เเละพี่ๆทุกคนที่ยิ่งมีมากขึ้น...
 
คำสัญญาว่าจะรักและดูเเลน้องรุ่น 'SHI 67 ให้ดีที่สุด...
 
ทั้งหมดคือการสอบเชียร์ครั้งสุดท้ายของกรุ๊ปเรา...
 
 
 
 
 
May 21

สอบเชียร์ครั้งที่ 2...

เมื่อวันศุกร์ที่ 19 ที่ผ่านมา กรุ๊ปตาลสอบเชียร์ครั้งที่ 2 ไปเเล้ว
ผ่าน 2 เพลงกับอีก 1 บูม  ก็มีเพลงบัญชีนำชัย เพลงเดินจุฬา เเล้วก็ BAKA
ความจริงต้องผ่าน CU Boom อีกบูมนึงด้วย
เเต่โดนพี่ไผ่กะพี่เเบงค์ให้ยึดคืน...
อืม...เเต่ก็ช่างเถอะ...ถ้ามาฟังตอนนั้นก็คงน่ายึดคืนจริงๆ
 
รู้สึกเสียใจมากเลยที่ไม่สามารถอยู่สอบพร้อมเพื่อนๆได้จนถึงวินาทีสุดท้าย
ทำไมต้องมามีอาการป่วยกำเริบในเวลาสำคัญทุกทีเลย
ตาลนึกเจ็บใจทุกครั้ง..ไม่ว่าจะเป็นตอนไปค่ายหรืออะไรก็ตาม
จะต้องป่วยในวันที่ทุกคนเค้าได้ทำในสิ่งสำคัญด้วยกัน..เเต่ตาลไม่...
การเป็นได้เเค่คนมองมันเป็นอะไรที่น่าเจ็บปวดนะ..ไม่ได้รู้สึกว่าดีจัง
ไม่ต้องลำบากไปกับคนอื่น...โคตรเเย่เเละโคตรเบื่ออะ
ไม่รู้สิ..ตอนนี้เหมือนกับมีเรื่องไม่สบายใจเต็มไปหมด
ยิ่งใกล้จะเปิดเทอมมากเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกร้อนใจ...
ตาลก็ไม่เเน่ใจว่าอะไรที่ตาลกำลังกังวลใจอยู่...
การสอบเชียร์นี่ก็เป็นอีกเรื่องนึง...ตาลอยากให้กรุ๊ปเราสอบผ่านกันไปได้เร็วๆจัง
 
เออ..ขอบคุณเพื่อนๆในกรุ๊ปมากๆนะที่อุตส่าห์มาช่วยกันสอบ
เเม้มันจะยังไม่มากพอ..เเต่ก็ดีใจที่ทุกคนในวันนั้นมา
ตาลไม่เเน่ใจเหมือนกันว่าตาลคิดไปเองหรือเปล่า
เเต่ว่าสิ่งนึงที่ตาลรู้สึกจากการที่เราได้มาสอบเชียร์ด้วยกันสองครั้ง
ก็คือทุกคนในกรุ๊ปได้พูดคุยกันมากขึ้น..ได้มีเวลามองกันเเละกันมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน
ตาลคิดว่าตาลได้สนิทกับทุกคนมากขึ้น..จริงๆนะ
การได้มาใช้เวลาอยู่ด้วยกัน..มันทำให้เราเห็นเพื่อนในมุมที่ไม่เคยเห็น...
กับบางคนที่ไม่ค่อยได้พูดคุยกัน ไม่เคยได้มองเค้าอย่างจริงๆจังๆ
พอมาตอนนี้รู้สึกว่าได้เห็นตัวตนของเพื่อนเเต่ละคนเเล้ว...
ไม่รู้ทุกคนจะคิดเห็นเหมือนกะตาลรึป่าว..เเต่ตาลรู้สึกอย่างนั้นจริงๆว่า
ตาลยิ่งรักกรุ๊ปเเละรักเพื่อนในกรุ๊ปมากขึ้น
ขอบคุณในน้ำใจ..ความช่วยเหลือ...สปิริตของเพื่อนเเต่ละคน
ที่เเสดงให้เห็นว่า..เราไม่ทิ้งกันในวันที่เราลำบาก
และเราก็หัวเราะด้วยกัน..เมื่อเราได้รู้สึกดีๆร่วมกัน
รักพวกเเกนะเว่ย..รักกรุ๊ปด้วย
เเล้วก็ขอบคุณพี่ๆทุกคนที่มาช่วยพวกเราสอบเชียร์ด้วย
สำหรับตาลเเล้วความโหด..สิ่งที่พี่ว้ากมาทั้งหมด
มันไม่ได้เเรงหรอกนะ เเละตาลก็ไม่ได้คิดว่าพวกพี่โหดเลยด้วย
อาจจะเพราะว่าถ้าลองเทียบกับพี่ๆกรุ๊ปอื่น...พี่ทุกคนใจดีไปเลยล่ะ 555
เเต่ที่ยิ่งกว่านั้น...ตาลคิดว่าทั้งตัวเองเเละเพื่อนๆต่างก็เข้าใจดีว่าพี่ๆทำไป
เพราะเป็นหน้าที่ ไม่มีใครอยากเเกล้งพวกเราหรอก พวกพี่เองก็ต้องเหนื่อย
เหมือนกัน..ขอบคุณมากนะคะที่อุตส่าห์สละเวลามาสอบเชียร์ให้พวกเรา
ขอบคุณเพื่อนๆทุกคนด้วย...
ขอบคุณกรุ๊ปของเรา...
 
 
 
 
line
May 14

สอบเชียร์ครั้งเเรก...

วันนี้เป็นวันสอบเชียร์ครั้งเเรกของกรุ๊ป ก 3
ขอบคุณนะสำหรับคนที่อุตส่าห์มาในวันนี้
ไม่ว่าจะมาด้วยความเต็มใจหรือไม่ก็ตาม...
เเต่อย่างน้อยก็ขอบคุณที่ยังเห็นเเก่เพื่อนๆทุกคน...
 
 
 
มันเป็นความจริงที่ว่าทุกคนมีความคิดที่เเตกต่างกัน
จะบังคับใจให้ใครชอบในสิ่งเดียวกันก็คงเป็นไปไม่ได้
เเต่สำหรับตาลเเล้ว...
ตาลมองการสอบเชียร์ในเเง่ดีมาตลอด...
ไม่ว่าจะมองในเเง่มุมไหน..ตาลก็ไม่เห็นว่ามันจะมีข้อเสียอะไร
ที่ทำให้เราควรจะงดเว้นไม่ให้มีการสอบเชียร์เกิดขึ้น...
ตาลคิดว่ารุ่นตาลน่ะ..มันเสียโอกาสอะไรดีๆไปเยอะ...
การสอบเชียร์ก็เป็นหนึ่งในนั้น...
เราต้องหยุดการเชียร์ไปก่อนที่เราจะได้ทันเห็นว่า..
สุดท้ายเเล้วเราได้อะไรจากการเชียร์
ซึ่งสิ่งนั้นเเหละเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้เราได้เข้าใจว่า
เรามีการสอบเชียร์ไปทำไม
เเละเพราะพวกเราไม่ได้เห็น..ไม่ได้ตระหนักในสิ่งนั้น
คุณค่าขอสิ่งที่เรียกว่าการเชียร์จึงเลือนหายไป
ถ้าไม่ต้องปิดห้องเชียร์ตั้งเเต่เเรกก็คงดีหรอก
ถ้ามีห้องเชียร์..ตาลคิดว่าเพื่อนในกรุ๊ปคงจะเข้ากรุ๊ปมากกว่านี้
คงจะรักกันมากกว่านี้...คงจะผูกพันกับกรุ๊ปมากกว่านี้...
ถ้าทุกคนเข้าใจก็คงจะดีหรอก...
ตาลอยากสอบเชียร์นะ...
อยากให้ทุกคนได้ผ่านในสิ่งที่พี่ๆปีก่อนๆทุกคนได้เคยผ่านมา
พวกพี่เค้าผ่านมาได้...เเล้วทำไมเราจะผ่านไปไม่ได้ล่ะ
พี่ปีก่อนๆยิ่งโหดกว่านี้อีก
พวกพี่เค้าผ่านสิ่งเหล่านั้นมา..เเล้วเค้าก็รักกัน...รักกรุ๊ป
ตาลอยากให้รุ่นตาลได้ผ่านมันไปด้วย
จิตใจคนเราน่ะ...เป็นสิ่งที่เปราะบางเพราะไม่เคยมีอะไรมากระทบเลย
ตาลอยากให้เราได้ผ่านในสิ่งที่จะทำให้จิตใจเราเข้มเเข็งขึ้น
ตาลเชื่อว่าการสอบเชียร์ให้สิ่งนั้น
 
 
ตาลอยากให้ทุกๆคนในกรุ๊ปผ่านการสอบเชียร์ไปด้วยกันให้ได้จริงๆนะ
รุ่นพี่ทุกคนเคยให้อะไรกับตาล..
ตาลก็อยากให้น้องได้รับสิ่งดีๆเหล่านั้นเหมือนกัน
ขออย่าให้น้องได้รับอะไรเพียงครึ่งๆกลางๆอย่างที่เราได้เลย
ถ้าเราไม่รักกัน...ไม่เเสดงให้น้องเห็นว่า..เราทำเพื่อกรุ๊ป...
เราสามารถผ่านช่วงเวลาที่มีความสุขเเละยากลำบากไปด้วยกันได้...
เเล้วน้องจะทำได้ยังไงกัน...???
 
 
 AIII
 
 
May 11

DEATH NOTE

 





















 

























อา~ ตอนนี้กะลังติดการ์ตูนเรื่อง Death Note อยู่ อิอิ...
ชอบ Plot เรื่องมากมายอะ เเถมยังวาดพระเอกหล่อด้วย กรี๊ดกร๊าด ><~ 5555
บางคนก็บอกว่ามันเครียดเกิน เเต่สงสัยตาลจะชอบอ่านเเนวนี้อยู่เเล้วล่ะมั้งเลยชอบ
เเบบว่าวางไม่ลงเลยทีเดียว
เเต่ตอนจบที่ฟังจากไอ้โจก็ประมาณที่คิดไว้..เพียงเเต่หักมุมจากที่คิดนิดหน่อย
เเต่ยังไงซะมันก็ผูกเรื่องได้สุดยอดเลยอ่า
อีกอย่างไอ้เรื่องนี้มันก็ให้ฟีลประมาณว่าพระเอกคือตัวโกง 5555
ก็เลยอดเชียร์เเอลที่เป็นคนคอยตามล่าพระเอกไม่ได้
ความจริงมันก็น่าคิดเนาะว่าถ้าโลกนี้มีของเเบบนั้นอยู่
เราจะใช้มันทำอะไรมั่งน้า...??
บางทีคนเราก็ยังคิดขัดเเย้งกันเองเลย..เเบบว่า
คนนั้นคนนี้สมควรตาย...ถ้าตายได้ซะโลกนี้มันก็คงไม่มีอะไรเปลี่ยน
แต่ก็ไม่มีใครทำเเบบนั้นก็เพราะว่าการฆ่าคนอื่นเป็นสิ่งผิด...
อ่านเรื่องนี้เเล้วมันก็ทำให้เห็นความเป็นมนุษย์ของคนมากขึ้น
บางทีการที่พูดว่าเราทำบางสิ่งเพื่อคนอื่น...
จริงๆเเล้วมันก็เพื่อตัวเองนั่นเเหละ ต่อให้พูดฟังดูดีไงก็เหอะ
แต่สิ่งที่ตาลชอบในเรื่องนี้ก็คือการที่
เค้าสื่อให้เห็นความคิดของไลท์กับเเอล(ตัวเอกสองคน)ให้เห็น
คนสองคนที่มุ่งไปในทางเดียวกันเเต่มีวิธีคิดที่ต่างกัน
ตอนที่เเอลตายมันรู้สึกว่าใจหายไปเลยอ่า
5555 เหมือนจะอินจัด เเต่มันให้ความรู้สึกว่า
ตัวเอกทั้งสองตัวที่ฉลาดพอๆกันมันขับเคี่ยวกันมา
เเบบว่า...สูสีซะขนาดนั้น..อยู่ๆก็ต้องตายทั้งๆที่ตัวเองทำถูกมาตลอด
ถึงจะชอบไลท์เเต่ก็คิดว่าเชียร์เเอลเหมือนกัน
เฮ้อ..จริงๆเเล้วก็อดคิดไม่ได้นะว่าสิ่งที่ถูกต้องคืออะไร
คนเราไม่ได้เกิดมาเพื่อจะทำสิ่งที่ถูกต้องเสมอไปหรอก
เเต่ก็คงไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อจะทำเรื่องที่ผิดต่อคนอื่นเหมือนกัน
สุดท้ายก็เลยคิดได้เเค่ว่าทำเรื่องที่ไม่ผิดต่อตัวเองเเละไม่ให้คนรอบข้างเดือดร้อนเท่าที่จะทำได้ก็เเล้วกัน
เเต่เพราะคนที่รักษาสมดุลของสิ่งที่ถูกกะสิ่งที่ผิดได้อย่างไม่เคยบกพร่อง
มันคงมีไม่มากหรอก
โลกนี้มันถึงได้เป็นโลกที่มีเเต่สิ่งเอียงๆอยู่อย่างทุกวันนี้ไง
คนเราเนี่ยเเหละยมทูตดีๆนี่เอง
ตัดสินชีวิตคนอื่นโดยที่เค้าไม่มีสิทธิ์ร้องขอ
ความจริงเเล้วเรามีสิทธิ์ในชีวิตใครกัน..นอกจากตัวเอง
อ่า..วันนี้ดูมีสาระชอบกลเนอะ...- -"
สรุปเเล้ว...สิ่งที่อยากจะพูดก็คือ..Death Note สนุก..เเค่นั้นเเหละ จบ..~555
ก็เเหม...อ่านการ์ตูนมันก็ให้เรารู้จักคิดเป็นน้าจะบอกให้...ไม่ใช่สิ่งที่ไร้สาระซะหน่อย
เนาะ...

Links ของภาพยนตร์เเละการ์ตูน Death Note
http://wwws.warnerbros.co.jp/deathnote/
http://comics-news.shueisha.co.jp/common/deathnote/

May 09

เรื่องเสียความรู้สึก(ทั้งหลาย)....

อ่า...วันนี้เเม่งเหนื่อย...
มีสันโต้กะบ้านโจ๊ะเด๊ะ หนุกดีอะ
ตอนนี้รู้สึกว่ากลายเป็นสมาชิกของบ้านเเคมบริดจ์เเบบเต็มตัวเเระ
เพื่อนๆในบ้านเเม่งนิสัยดีทุกคนเลย 
ไอ้โยเงี้ย ซี้ไอ้พงส์ กิ๊กก็ซี้ส้ม
มาอยู่บ้านนี้เเล้วรู้สึกว่ามันเข้ากะคนง่ายดีอะ
 
ดีใจนะที่ได้รู้จักกะเพื่อนใหม่ๆทุกคน
 
 
 
 
 
เเต่ในขณะที่วันนี้เรากะลังสันฯกันด้วยความสนุกสนาน
ก็มีหัวขโมยสารเลวมาฉกกระเป๋าอีมีนไปโดยที่ไม่มีใครรู้ตัว...เชี่ยเอ๊ย...
โกรธ~
พรุ่งนี้ได้ข่าวอีมีนจะสอบ  กระเป๋าสตางค์ปูม้า (PUMA) ใบละ 900 ของมันหาย
ได้ข่าวว่าในกระเป๋าของมันมีเครื่องสำอางราคาไม่น้อย
ได้ข่าวว่ามือถือทีมี message สื่อรักของมันกะลิงพีท
เเล้วก็เบอร์โทร.อันล้ำค่าของกิ๊กน้อยใหญ่ของมันอยู่ในนั้น
ได้ข่าวว่าในนั้นยังมีกระเป๋าสตางค์เเละมือถือของโบ นิติเพื่อนในบ้านอยู่ด้วย
หลายสิ่งเลย...
โกรธ~
เป็นตาลนะ..เครื่องสำอางหาย...ตายกันไปข้างเลยดีกว่า...
จะสาปเเช่งไม่ให้ต้องไปผุดไปเกิด...
ฮึ่มๆๆๆๆ!
 
 
ตามติดมาด้วยเรื่องซ้อมเชียร์...สอบเชียร์...
นับวันยิ่งรู้สึกเหนื่อย...
ฉันไม่เเน่ใจว่าที่ทำไปน่ะ..มันมีเเต่ฉันรึเปล่าที่ตั้งใจ...จริงจัง
เหมือนทุกคนไม่เเคร์..ยังไงก็ได้...ไม่คิดจะช่วยอะไรกันเลย....
ฉันไม่อยู่ ไม่กระตุ้น..ก็ไม่มีคนซ้อม...
ทำไมล่ะ...ไม่เข้าใจ...
มันเหนื่อยนะกับการต้องทำทุกอย่าง...เตรียมการอะไรต่อมิอะไร
หวังว่าจะมีคนให้ความสำคัญ...เห็นค่าของการมีห้องเชียร์มากกว่านี้
ปากก็บอกว่ารักกรุ๊ป...เเต่ทำไมไม่มีใครช่วยเหลือกรุ๊ปเลยล่ะ...
มันเหนื่อยจริงๆนะ...
ถ้าไม่ใช่เพราะคำสัญญาที่ให้ไว้กับพี่ป๊อกเเละอีโบว์...
ตาลจะไม่ทำอะไรเลยจริงๆ...อยากจะพอเเล้ว
เเต่เพราะตาลรักกรุ๊ปมาก อยากให้น้องได้สิ่งดีๆ อยากให้มีเชียร์กรุ๊ปสืบทอดต่อไป
ตาลถึงอยากให้มันออกมาดีที่สุด
เหมือนกรุ๊ปอื่นๆ...
ไม่อยากให้ใครมาดูถูกได้ว่า...ก3 ทำได้เเค่นี้หรอ...
 
 
 
แล้วปิดท้ายเรื่องเเย่ๆของวันนี้ด้วยเรื่องที่รบกวนจิตใจ
เเละความรู้สึกเกี่ยวกะคนที่เคยนับเป็น "เพื่อน" คนนึง
เเต่ตาลเเทบจะตัดมันจากความเป็นเพื่อนตั้งเเต่วันที่มันได้
ทรยศต่อความรู้สึกเพื่อนรักของตาล
เเล้วมาวันนี้ได้ฟังเรื่อง "เลว" ของมันจากปากเพื่อนอีกหลายๆคน
สิ้นสุดกันเสียที...ความเป็นเพื่อน....
ขอมอบคำว่า "เกลียด" ให้เเก...เป็นคนที่สองในชีวิตเชียวนะ
ที่ฉันยินดีมอบคำคำนี้ให้โดยไม่ต้องคิดเลยเเม้เเต่นิดเดียว
สิ่งที่เเกเคยโกหกเพื่อนฉันเเละคนอื่นๆที่เเกเรียกว่าเพื่อน
ต่อหน้าอย่างลับหลังอย่าง..หักหลังเเม้เเต่เพื่อนสนิท
นิสัยที่ชอบใช้เงินซื้อทุกอย่าง...เพื่อความสุขความสบายของตัวเอง
การที่เเกด่าผู้หญิงทุกคนที่เเกจีบเค้า...
คบเค้าทิ้งๆขว้างๆ เเล้วก็เลิกกะเค้าอย่างไม่เหลือดี
การที่เเกโยนความผิดให้คนทั้งโลกโดยไม่เคยรู้สึกตัวว่าเเกผิด...
ทั้งๆที่เเกผิดอย่างไม่ต้องสงสัย
ทุกเหตุผลนี้มันมากพอให้ฉันเกลียดเเกเเล้วล่ะ
ฉันจะไม่เข้าไปยุ่ง...ถ้าเพื่อนตัดสินใจเเล้วที่จะหวนกลับไปหาเเก
ฉันก็ได้เเต่เป็นห่วง..เเละเตือนในสิ่งที่ควรเตือน...บอกในสิ่งที่ควรบอก
เพราะเค้าไม่ได้โง่...ไม่ใช่ไม่รู้ว่าคนอย่างเเกเป็นยังไง
ที่เหลือเค้าต้องเป็นฝ่ายเลือกเอง...
เเต่ฉันขอสาบานไว้ตรงนี้เลยนะ...ว่าถ้าเเกทำให้เพื่อนฉันต้องร้องไห้
เสียใจเพราะเเกอีกเเม้เเต่ครั้งเดียว...
ชาตินี้อย่าได้มาเผาผีกันเลย...ฉันจะเกลียดเเกตราบเท่าที่ฉันยังมีชีวิตอยู่
 
 
 
เเม่ง...ของขึ้น....หงุดหงิดๆ...~